ภาษาใต้เป็นภาษาที่ฟังค่อนข้างยาก เนื่องจากด้วยสำเนียงห้วน เร็ว และบางครั้งเจอเพื่อนต่างจังหวัดใช้ศัพท์เฉพาะถิ่น ทำเอามึนไปเหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น




หมายเหตุ


 -    ก.      =    กริยา        ว.    =     วิเศษณ์ (คุณศัพท์หรือกริยาวิเศษณ์)
      น.      =    นาม          ส.    =     สรรพนาม
     สัน.    =    สันธาน      บ.    =     บุรพบท       อ.    =     อุทาน




หมวด ก.

กกๆ  

(ออกเสียงเป็น ก็อกๆ)  (ว.)  มาก ๆ,  ไม่เหลืออะไรเลย 
              คำว่า กกๆ นี้ เป็นคำที่ใช้เน้นความหมายเฉพาะคือ ใช้กับ  แก่ , แห้ง  ตัวอย่าง
              เช่น      " แก่ กกๆ "  - แก่มากๆ 
                          " น้ำแห้ง กกๆ "  -  น้ำแห้งมากๆ ( แห้งไม่เหลือเลย)
             (กรุณาเปรียบเทียบกับคำว่า " แห้ง แผ็กๆ " - แห้งมากๆ  แห้งหมดและแข็งด้วย

กง  

(สำนียงใต้ออกเสียงเป็น ก๋ง)  (น.)   จงโคร่ง, คางคกไฟ : คางคกพันธุ์ใหญ่  สี
      น้ำตาลหม่นจนถึงสีดำ ลำตัวยาวประมาณ 10 -12 นิ้ว กว้าง 5 -8 นิ้ว สูงประมาณ
      4 -5.5 นิ้ว มีขายาว 6-8 นิ้ว ขาหน้าจะสั้นกว่าขาหลัง นิ้วเท้าจะมี 4 นิ้ว ระหว่างนิ้ว
      เท้าจะมีพังผืดเป็นแผ่นคล้ายตีนเป็ด นิ้วกลางจะยาวมากกว่านิ้วอื่น ๆ กงมักอาศัย
      อยู่ตามริมป่าริมเขาที่มีสายน้ำไหลผ่าน ตุ่มที่หนังของกงมีพิษ ในสมัยก่อนจะใช้
      หนังกง ตากแห้ง เป็นส่วนผสมในยาพิษ
       
       ชาวไทยถิ่นใต้ มีความเชื่อว่า  กง เป็นสัตว์แห่งโชคลาภ  หากกงขึ้นบ้านใครแล้ว
       เจ้าของบ้านจะมีโชคลาภอยู่เสมอแต่เมื่อมีการเจ็บป่วยขึ้นภายในบ้านหรือมีเรื่อง
       ไม่ดีภายในบ้านกงจะไม่อยู่ในบ้านนั้นอีก  ดังนั้น ถ้ากงเข้าไปในบ้านใครเจ้าของ
       บ้านจะจับกงอาบน้ำทาแป้งให้  พร้อมทั้งจัดอ่างน้ำไว้ ใกล้ๆที่กงอยู่ เพื่อให้กงได้
       เล่นน้ำ



กรวม  

(ว.)  คร่อม     เช่น  นั่งกรวม  (นั่งคร่อม)
         " สาวๆ นุ่งกระโปรง เวลาซ้อนท้ายรถเครื่องอย่านั่งกรวม มันน่าเกลียด แต่ถ้า
         ให้ดีนุ่งกางเกง  แล้วนั่งกรวมไปเลย ปลอดภัยดี "

กล็อกแกล็ก 

 (น.)   การพนันชนิดหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มไฮโล  ต่างกันตรงที่ลูกเต๋าของ
        กล็อกแกล็ก จะมีขนาดใหญ่กว่าลูกเต๋าของไฮโลมาก กล่าวได้ว่าเจ้ามือไฮโล
        เพียงแค่เขย่าแต่ถ้าเป็นเจ้ามือกล็อกแกล็กจำเป็นจะต้อง "ฝัด"เท่านั้น สำเนียง
       ไทยถิ่นใต้(สงขลา) เรียกว่า "ขวัดกล็อกแกล็ก"

       ( ในภาษาไทยถิ่นใต้ สำเนียงดั้งเดิม จะไม่มีเสียง ฝ. แต่จะใช้เสียง ขวฺ. แทน 
       ฝัด จึงกลายเป็น ขวัด   ตัวอย่างคำไทยถิ่นใต้ที่ออกเสียง ขวฺ. และ ควฺ )

กราด  

(ว.)  เล็ก แคระแกร็น (มักใช้กับต้นไม้)

กริบตา 

(ก.) กระพริบตา 
          ( เปรียบเทียบกับภาษามลายูจะใช้คำว่า kalip ในความหมายเดียวกัน )

กรี    

 (น.)  อุปกรณ์ที่ใช้ในการดายหญ้า เป็นมีดงอ ด้ามสั้น สันและคมมีดหักมุมได้
          ฉากกับด้าม เวลาดายหญ้า  จะต้องนั่งย่องๆ แล้วใช้  กรี  ดึงต้นหญ้า กอหญ้า
          เข้าหาตัว

กรด  

(ว.) ลักษณะนิสัยของผู้หญิงที่จัดจ้าน, ดื้อรั้น, ไม่ยอมคน  
             " อีสาวเขียว เด็กบ้านตีน...   กรด อิตาย  กรด จน ม้ายใครหาญจีบ"
          สาวเขียว เด็กบ้านเหนือ..จัดจ้าน จะตาย  ไม่ยอมใคร  จนไม่มีใครกล้าจีบ

        บ้างครั้ง คำๆนี้ ญาติผู้ใหญ่ จะใช้สัพยอก ลูกสาว หรือ หลานสาวตัวเล็กๆ ด้วย
        ความรักเอ็นดู ก็ได้   ( แต่จะใช้ได้ ก็เฉพาะ ในกลุ่มญาติที่ใกล้ชิดกันเท่านั้น
        หากเป็นบุคคลภายนอก จะถือเป็นคำด่า )

กล้วยหลา 

(น.) มะละกอ (ตรงกับคำในภาษาไทยเจ๊ะเห ซึ่งเรียก มะละกอ ว่า กล้วย
      หลา เช่นกัน)     ในอดีต คนไทยถิ่นใต้ ในเขตอำเภอคลองหอยโข่ง และอำเภอ
      สะเดา จังหวัดสงขลา  จะเรียกมะละกอ ว่า กล้วยหลา  ปัจจุบัน คำว่า กล้วยหลา
      นี้ได้เลือนหายไป คงเรียกมะละกอว่า ลอกอ เช่นเดียวกันกับคนไทยถิ่นใต้ทั่วไป
      (คนที่ยังใช้คำว่า กล้วยหลา  จึงคงเหลือเฉพาะผู้สูงอายุ 60-70 ปีขึ้นไป เท่านั้น)


กล้า  

(น.) พันธุ์ไม้ที่เพาะไว้เพื่อนำไปปลูกที่อื่น
         (ก.) ไม่กล้ว   ในภาษาไทยถิ่นใต้ จะใช้คำนี้ใน ความหมาย   สู้งาน, ขยัน
      " ลูกสาวบ้านนี้ กล้าจัง ทำงานทั้งวัน ไม่หยุดเลย" = ลูกสาวบ้านนี้เป็นคนขยัน

กลัก  

(น.) ภาชนะที่ทําเป็นรูปกล่องสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก มีลิ้นชักเข้าออกได้ หรือมีฝา
       ปิด สําหรับใช้บรรจุ ของเล็ก ๆ น้อย ๆ    เช่น   กลักไม้ขีดไฟ

กว้าน

(น.) เรือนชั้นเดียวแบบจีน  มีประตูหน้ากว้าง

กวายหลาย

(ว.)ลักษณะอาการของคนที่พยายามไขว่คว้าหาสิ่งยึดเหนี่ยว เพื่อช่วย
         เหลือตัวเองให้พ้นภัย
         " แรกวา เห็นเณรไข เมาเหล้าเดินพลัดลงในคู   นอนกวายหลาย ๆ โหย๋ใน
         ป่าบอน ไม่มีใครช่วยเณรไข เลย "

ก๋อง,  หลังก๋อง

(น.)  หลังค่อม,  หลังโก่ง

ก็องโท้  

(ว.)  เที่ยงตรง  ซื่อสัตย์ ไม่ฉ้อโกง   คำนี้มักใช้ในวงการพนัน เช่น
         "จะหาเจ้ามือปอ ที่เล่น ก็องโท้ ได้ที่ไหนละ"
              ปอ  =  โป (การพนันชนิดหนึ่ง)

กองลุย,  กองเอ, กะเอ

(ว.) มากมายก่ายกอง, มีมากเหลือเกิน
         (ในภาษาสงขลามักจะใช้คำว่า กองลุย  มากกว่าแต่ถ้าใชัคำว่า กองเอ ก็เป็น
         ที่เข้าใจ คนภูเก็ต จะใช้ กะเอ )

ก็องสี้

(น.) (มาจากภาษาจีน ) ที่พักของคนงานในสวนยาง เป็นอาคารชั้นเดียว
          ติดดิน และมีคนงานพักรวมกันหลายคน หรืออาจจะหลายครอบครัวก็ได้

กะ  

(ส.)  ก็
         " ฉาน กะ ไป "   =   ฉันก็ไป

กะเบอะ,  เบอะ,  กะเมอะ,  เมอะ  

(ส.)  อันที่จริง,  ในความจริง,  ก็,  ก็เพราะว่า
          คำนี้ใช้มากในภาษาไทยถิ่นใต้(สงขลา-คลองหอยโข่ง) เบอะ / กะเบอะ  จะ
          วางไว้หน้า หรือหลังคำที่ต้องการเน้น ก็ได้  ตัวอย่างเช่น
          " กะเบอะ มึงเสือกเอง "    " เสือกเอง เบอะ "
          =   ก็มึงเสือกหาเรื่องเอง ,  ก็เพราะมึงเสือกเอง
          " เบอะ พี่หลวงซื้อแล้ว แรกวา   แล้วซื้อไส่ หล่าว "
          =   ก็พี่ซื้อแล้วเมื่อวาน  แล้วซื้อทำไมอีก

กัน    

1. (ว.) ด้วย      " ไปกัน " =  ไปด้วย
2. (ก.)  กัน  กีดกัน  กันผม (ความหมายเดียวกันกับภาษากรุงเทพ)
3. (ก.)   บั้ง (ปลา)  " กันปลา "  -  บั้งปลา
4. (น.)  กัน  ลักษณะของป่าไม้ เรียกว่า ป่ากัน เป็นป่าละเมาะเกิดจากการทำ
        ไร่แบบเลื่อนลอย แล้วปล่อยทิ้งไว้ จนมีต้นไม้ขึ้นเป็นหย่อมๆ

กันชง, กันชุง

(น.) คำในภาษาไทยถิ่นใต้ ใช้เรียกเชือกที่ผูกกับตัวว่าวจากส่วนหัว
        ว่าวไปยังส่วนหางว่าว   เชือกกันชง(กันชุง)  นี้ จะผูกต่อไว้กับเชือกว่าวที่เราใช้
        ชักให้ว่าวขึ้น "ลอยติดลม" เมื่อชักว่าวขึ้นแล้ว เชือกกันชงนี้จะทำมุมเป็นรูปสาม
        เหลี่ยม โดยฐานของรูปสามเหลี่ยมจะเป็นตัวว่าว ยอดสามเหลี่ยมคือจุดที่เชือก
        ว่าวผูกไว้กับเชือกกันชง

กางหลาง

 (ว.) เกเร  ทำอะไรที่ค่อนข้างขวางหูขวางตา
            ( ความหมายใกล้เคียงกับคำว่า กวนตีน )

กาหลอ

(น.)ชื่อของการแสดงดนตรีที่ใช้ประโคมในงานศพตามประเพณีปักษ์ใต้
         เชื่อกันว่าคำว่า กาหลอ มาจากพระกาฬ หมายถึง พระอิศวรเทพแห่งความตาย
         ซึ่งชาวไทยปักษ์ใต้เรียกว่า พระกาหลา คู่กับ พระกาหลี(เจ้าแม่กาลี พระชายา
         ของพระอิศวร)  และคำว่า กาหลา ตามสำเนียงมลายูท้องถิ่น จะออกเสียงเป็น
          กาหลอ เครื่องดนตรีที่เล่น ก็เป็นเครื่องดนตรีตามแบบมลายูโบราณ จึงเชื่อกัน
         ว่า ไทยปักษ์ใต้  น่าจะรับการแสดงกาหลอมาจากชวา/มลายู ในสมัยศรีวิชัย
          (ก่อนยุคศาสนาอิสลาม)

กาหลา

(น.) ชื่อของพันธุ์ไม้ตระกูลข่า  พืชท้องถิ่นชนิดหนึ่งของปักษ์ใต้ชื่อของพืช
        พันธุ์นี้ พ้องเสียงกับคำ พระกาหลา - พระกาฬ  ( พระอิศวรเทพแห่งความตาย)
        ในอดีตจึงไม่นิยมนำมาปลูกในบ้าน  และไม่นิยมนำดอกกาหลาไปบูชาพระ
          ( ปัจจุบันคนปักษ์ใต้น้อยคนที่จะรู้ความหมายของคำ กาหลาในอดีต ประกอบ
        กับ กาหลา ได้ชื่อใหม่เป็นดาหลาจึงนิยมนำมาปลูกกันทั่วไป โดยเริ่มจากปลูก
        เป็น ผักเหนาะ ใช้ทานคู่กับขนมจีนหรือข้าวยำ     ต่อมา ก็ปลูกเป็นไม้ตัดดอก
        ขาย ถือเป็นไม้ตัดดอกที่ทนทาน อยู่ได้หลายวัน  มีราคาดี )


ก้าไหว

(น.) ชื่อการเล่นกีฬาชนิดหนึ่งของเด็กๆในชนบทเขตคลองหอยโข่ง-สงขลา
         ที่ใช้ลูกบอลยาง( ขนาดลูกเทนนิส)  ทำด้วยลูกโป่ง พันด้วยยางพารา  วิธีเล่น
         จะแบ่งผู้เล่นออกเป็น 2 ฝ่ายใช้ลูกบอลขว้างไปมา  การขว้างจะมีท่าทาง และ
         วีธีขว้างแบบต่างๆ ลูกบอลที่ใช้ขว้าง เรียกว่า ลูกกาไหว   (กีฬาของเด็กชนิดนี้
         ชาวสวนยางจะไม่ค่อยชอบเนื่องจากเด็กๆมักจะเข้าไปขโมยลอกหน้ายางใน
         สวนยางพารา มาพันลูกบอล )

กาศ 

(ก.) อัญเชิญวิญญาณและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย เพื่อเป็นศิริมงคล  หรือเพื่อช่วย
         ปกปักรักษา ในยามที่ประสบความทุกข์ยากและอันตราย   (กร่อนมาจากคำว่า
         ประกาศ)  เช่น     "กาศครู"  หมายถึง การอัญเชิญวิญญาณของครูบาอาจารย์
         มาประจำ ณ โรงพิธี (โรงหนังตะลุง โนรา ฯลฯ )    เพื่อเป็นศิริมงคลก่อนจะทำ
         การเล่น,       "กาศตายาย" หมายถึง การอัญเชิญวิญญาณของบรรพบุรุษปู่ย่า
         ตายายเพื่อ ช่วยปกปักรักษาลูกหลาน     หรือ อัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่
         เรานับถือ เพื่อช่วยปกปักรักษา เช่น  "กาศหลวงพ่อทวด", "กาศพ่อท่านคล้าย"

กำ

(น.)  อาการอักเสบที่เกิดจากดิน หรือสิ่งสกปรกติดในซอกเล็บ    คนไทยถิ่นใต้
        เรียกว่า  " เล็บเป็นกำ "

กำชำ

(น.)  มะหวด (พันธุ์ไม้ชนิดหนึ่ง)

_____________________________________________

หมวด ข.



ขวฺ   =  ฝ.
หมายเหตุ  :
ในภาษาไทยถิ่นใต้ สำเนียงดั้งเดิม จะไม่มีเสียง ฝ. แต่จะใช้เสียง ขวฺ.   แทน




ขนพอง 

(ก.)  ขนลุก (ภาษาไทยถิ่นใต้จะใช้คำว่า ขนพอง ในความหมายแสดง
        อาการหวาดกลัว)
          "บ่าวไข เดินหลบบ้านผ่านเปรว   ปากบอกว่า ไม่กลัวผี  แต่ขนพอง"

ขบ  

(ออกเสียงเป็น ข็อบ) (ก.)   1. กัด      " หมาขบ "  =  หมากัด
         2.  การใช้คำพูดหยอกล้อกันอย่างแรง  ในกลุ่มเพื่อนที่สนิมสนม
             ( ความหมายเดียวกับคำว่า  ทับ )

      "วันนี้ โถกพี่หลวง ขบเรื่องแม่หม้าย แกแหลงยาวเป็นเรื่องเลย   อิโต้แก สักคำ
        กะทำไม่ได้"
        วันนี้ ถูกพี่หลวง แหย่เล่นเรื่องแม่หม้าย แกพูดยาวเป็นเรื่องเลย  จะโต้กลับแก
        สักคำก็ยังทำไม่ได้

ข่มเห็ง  

( ก) แดกดัน,  ประชด
          "ตายข่มเห็งเปรว"  = ตายประชดป่าช้า  ความหมายคือ แดกดันผู้อื่น แต่
        ตัวเองเดือดร้อน

ขวฺน หา แก้ว  

(น.) ฝนห่าแก้ว   คำนี้ ภาษาไทยถิ่นใต้ใช้ในความหมาย  ลูกเห็บ :
        ฝนที่ตกลงมาเป็นเม็ดแก็ว   ( ในภาษาไทยถิ่นใต้จะไม่มีเสียง ฟ, ฝ   แต่จะใช้
        เสียง ควฺ,  ขวฺ  แทน   ตัวอย่างคำไทยถิ่นใต้ที่ออกเสียง ควฺ. และ ขวฺ )

ข้องใจ  

(ก.) เป็นห่วง ด้วยความรักและคิดถึง    
         "ข้องใจลูกจัง มืดปานี้แล้วยังไม่หลบบ้าน"  =  เป็นห่วงลูกจัง มืดป่านนี้แล้ว
         ยังไม่กลับบ้านเลย       ( ห่วงใยด้วยความรัก เกรงว่าจะเกิดอันตราย ไม่ได้
         หมายถึง สงสัยระแวง เหมือนในภาษาบางกอก )

ข้องเชิง  

(ว.)  พันขาตัวเอง
        ( เชิง มาจากภาษาเขมรแปลว่า ตีน, เท้า )มักใช้กับวัวควายที่เชือกล่ามพันขา
         จนต้องยืนอยู่กับที่ ไปไหนไม่ได้ กินหญ้าก็ไม่ได้

ขอม 

(น.) 1.เขมรโบราณ(ความหมายเดียวกันกับความหมายในภาษาไทยมาตรฐาน)
       2. ลั่นทม(ลีลาวดี) พืชในสกุล Plumeria วงศ์ Apocynaceae ดอกสีขาว หรือ
       แดงเรื่อ ๆ กลิ่นหอม
       ไทยถิ่นใต้(คลองหอยโข่ง-สงขลา) เรียกลั่นทม ว่า   ขอม,  จําปาขอม
       ไทยถิ่นใต้(ฉวาง,พิปูน-นครศรีธรรมราช) เรียก จําปาลาว
       ไทยถิ่นเหนือเรียก จําปาลาว    อีสาน และ ลาว เรียก จําปา
        จําปาหอม ก็เรียก, ,

ขอย ,  คล่อย

 1. (ก.)  (ออกเสียงเป็น ค้อย )  สอย
          "ขอยโหลกม่วง" = สอยมะม่วง
         ไม้ที่ใช้สอย จะเรียกว่า  ไม้ขอย   หรือ  ไม้ฉอย
           2. (น.) (ออกเสียงเป็น ค้อย   ) หมายถึง    ข่อย (ต้นไม้)

ข้างตีน ,  ประตีน 

(น.)   ด้านทิศเหนือ, ทิศเหนือ
         คำๆนี้มีรากศัพท์มาจากภาษาเขมรว่า คางเจิง   เจิง,  เชิง = ตีน  ในภาษาเขมร
         คางเจิง มีความหมายถึง ทิศเหนือ

ข้างเริ่น  

(ว.) ข้างเรือน   เริ่น  ก็คือ เรือน ความหมายคำนี้ คือ ข้างบ้าน  ใกล้ๆบ้าน

ข้างหัวนอน , ประหัวนอน   

(น.)  ทิศใต้
       คำๆ นี้มีรากศัพท์มาจากภาษาเขมรว่า ทะโบง = หัวนอน, คางทะโบง= ข้างหัว
       นอน  หมายถึง ทิศใต้  

    หมายเหตุ  :
        1.  คำว่า เวียตนามใต้ ในภาษาเขมรจะใช้ว่า  เวียตนามคางทะโบง ( แปลเป็น
     ภาษาไทยถิ่นใต้ คือ เวียตนามข้างหัวนอน) และ  เวียตนามเหนือ  เขมรจะใช้ว่า
     เวียตนามคางเชิง ( แปลเป็นภาษาไทยถิ่นใต้ ก็คือ เวียตนามข้างตีน) คำว่า ข้าง
     ตีน,ข้างหัวนอน  จึงเป็นคำใต้ที่รับอิทธิพลความหมาย มาจากภาษาเขมร แต่ดัด
     แปลงมาใช้คำไทยแทน
         2. ในภาษาไทยถิ่นใต้ จะมีคำที่รับมาจากภาษาเขมรอีกหลายคำ เช่น
     " ระโนด "      (ชื่ออำเภอหนึ่งของสงขลา ) มาจาก"เดิมระโนด" ในภาษาเขมร
                         ความหมายคือ ต้นตาล
     " สะทิงพระ "   คำว่า สะทิง  ในภาษาเขมร  หมายถึง  คลอง
     " หญ้าขี้เตรย " มาจากคำว่า บันเตรย ในภาษาเขมร ความหมายคือ หญ้าเจ้าชู้
     " ดอ "    มาจากคำว่า  กะฎอ  ในภาษาเขมร ความหมายคือ อวัยวะเพศชายฯลฯ

ขาดหุ้น 

(ว.)   มีสติปัญญาไม่ครบสมบูรณ์  ไม่เต็มเต็ง

ข้าวต้ม  

(น.) ข้าวต้มมัด    ( คนสงขลาเรียกข้าวต้มมัดว่า  ข้าวต้ม ขณะที่ คน
         นครศรีธรรมราช จะเรียกว่า  เหนียวห่อกล้วย )

ข้าวต้มโจ้ก 

(น.)  ข้าวต้ม หรือ โจ้ก  (หมู,ไก่)
          ( เพื่อไม่ให้สับสนกับ ข้าวต้ม - ข้าวต้มมัด จึงมักจะใช้คำว่า โจ้ก ต่อท้าย หรือ
          ใช้คำว่าโจ้ก เพียงคำเดียว )

ข้าวนะ  

อาหาร หรือสำรับกับข้าวที่เตรียมไว้ใส่บาตรพระ หรือนำไปถวายพระที่วัดใน
           งานบุญ

ข้าวเปียก 

(น.)   ข้าวที่ต้มให้เละๆ ข้นๆ ใส่น้ำตาลให้หวานหรือไม่ใส่ก็ได้ มักทำให้
            คนไข้ หรือ เด็กทาน

ขาวเหยียก, ขาวเหงียก

(ว.) ขาวโพลน,  ขาวอย่างชัดเจน,  ขาวจนซีด

ขี้กรา, ขี้กลา 

( ออกเสียงเป็น  คี้ กร๋า,  คี้กล๋า ) (น.)  น้ำครำใต้ถุนครัว ที่มีตะไคร่ น้ำขึ้น

ขี้ใก่มวนเทียน, ขี้ไก่มนเทียน

  (น.)ขี้ไก่ที่มีลักษณะสีดำเหนียว เหลวและมีกลิ่นเหม็นมาก
   ( ภาษาไทยถิ่นใต้บางแห่ง จะใช้เป็น  ขี้ใก่มนเทียน )

ขี้ไก่, ต้นขี้ไก่ดอกขาว  

(น.)  ต้นสาบเสือ

ขี้ไก่, ต้นขี้ไก่ดอกแดง  

(น.)  ต้นผกากรอง

ขี้ชิด , ขี้เรียด, ขี้เนียน

    (ว.) ตระหนี่ ขี้เหนียว

     ( หมายเหตุ - คำว่า ขี้ชิด ในภาษาไทยถิ่นใต้-สงขลานี้ ใกล้เคียงกับคำว่า ขี้จิ๊
     ในภาษาไทยถิ่นเหนือ ซึ่งมีความหมาย ตระหนี่ ขี้เหนียว เช่นเดียวกัน)

ขี้โดก 

(ว.)(ผลไม้)ที่มีเมล็ดมาก เนื้อน้อย หรือใช้เรียกคนผอมว่า" คนขี้โดก "ก็ได้

ขี้ตัง, ปลาขี้ตัง 

(น.) ปลาตะกรับ, ปลาน้ำกร่อยชนิดหนึ่ง ลักษณะป้อมสั้น เกล็ดเล็ก
       ครีบหลังยาว   มีจุดสีดำเทากลมกระจายอยู่ทั่วลำตัวคล้ายเสือดาว  รูปร่างแบน
       ข้างรูปสี่เหลี่ยม เป็นปลาที่พบมากในทะเลสาบสงขลา มีรสชาติอร่อย  คนไทย
       ถิ่นใต้ นิยมนำปลาชนิดนี้มาแกงส้ม  เรียกว่า "แกงส้มปลาขี้ตัง"

ขี้เตรย  

(ข.) (น.) หญ้าเจ้าชู้  ไทยถิ่นใต้เรียกว่า  หญ้าขี้เตรย  (  คำนี้เลือนมาจาก
          บันเตรย / ก็อนเตฺรย  ในภาษาเขมร )

ขี้แตระ  

(น.)พื้นที่บริเวณในป่าพรุที่น้ำท่วมไม่ถึง แต่มีน้ำล้อมรอบในหน้าแล้ง หากมี
       ไฟไหม้ป่าจะคงเหลือแต่  "หัวขี้แตระ" ที่มองไกลจะเห็นตะปุ่มตะป่ำ ไปทั่วทุ่ง

       ข้อสังเกต - คำว่า ขี้แตระ ในภาษาไทยถิ่นใต้-สงขลา คำนี้ จะใกล้เคียงกับคำ
       ว่า  "ก้อนขี้แต้" ของคนลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร  ซึ่งใช้ในความหมาย
       ก้อนดินในทุ่งนา
       ข้อมูลอ้างอิง : เวบไซท์ รายการโทรทัศน์วัฒนธรรม โดยนายสันติ อภัยราช

ดีปลีขี้นก  

(น.) ชื่อพริกขี้หนูที่งอกขึ้นเองตามไร่ชายป่า ไม่มีใครปลูก เม็ดเล็กและเผ็ด
         มากกว่า  ไทยถิ่นใต้ เรียกว่า ดีปลีขี้นก

ขี้พร้า  

1.(น.) ฟักเขียว (พืช)
          ขี้พร้า = ฟักเขียว,    ขี้พร้าไฟ = ฟักข้าว
          2.(ว.) (หมู)ขี้พร้า ใช้เรียกหมูพันธุ์พื้นเมืองของปักษ์ใต้ตัวเล็กสีดำ ลำตัวแอ่น
          จนท้องเกือบติดพื้น

ขี้มิ้น 

(น.)  ขมิ้น

ขี้เม็งเชา  

( น.) ขี้เทา ( ขี้ที่ค้างอยู่ในลำไส้ของเด็กแรกคลอด )

ขี้รั่ว  

(ออกเสียงเป็น ขี้หรั่ว) (ว.) ท้องร่วง

ขี้ร้อง  

(ออกเสียงเป็น ขี้หร่อง) (ว.)   ขี้แย

ขี้เมฆ 

(น.) ก้อนเมฆ (ใช้เรียกก้อนเมฆทั่วไป ไม่ได้เจาะจงว่า จะเป็นเมฆแบบไหน)

ขี้ลม   

(น.)  ก้อนเมฆ (ที่มีสีขาว หรือ ก้อนเมฆที่บางเบา สวยงาม)

ขี้ฝน   

(น.)  ก้อนเมฆ (ที่มีสีทึบ ที่ก่อตัวก่อนฝนจะตก)  
         "ฝนขึ้นขี้"   จะหมายถึง   เมฆฝนก่อตัว  หรือ ฝนตั้งเค้าจะตก

ขี้หก , ขี้เท็จ  

(ออกเสียงเป็น ขี้ฮ็อก,  ขี้แท๊ด) (ว.) โกหก พูดไม่จริง

ขี้หนอน 

(ออกเสียงเป็น ขี้น้อน) (น.)  1. "นางขี้หนอน" ในภาษาไทยถิ่นใต้ หมาย
       ถึง  นางกินนร (ครึ่งคนครึ่งสัตว์ในป่าหิมพานต์)  2. "ต้นขี้หนอน" พันธุ์ไม้ชนิด
       หนึ่งใช้เป็นสมุนไพรใบอ่อน/ยอดอ่อน ใช้เป็น ผักเหนาะ (ผักเคียง ทานคู่กับ
       น้ำพริก)

ขี้เหล็กขัดหม้อ 

( น.)   ฝอยเหล็กขัดหม้อ

เข 

(ออกเสียงเป็น เค้)   (ก.) ขี่   (สำเนียงสงขลา เสียงสระ อี  จะออกเสียงเป็นสระ
       เอ) ดังนั้น  "เข หรด"  ก็คือ ขี่รถ ,        "เข ฮัว" ก็คือ ขี่วัว


เขน 

(ออกเสียงเป็น เค้น) (ข.) (น.) พระจันทร์เสี้ยว (ภาษาเขมร : แข = พระจันทร์)
        คนไทยถิ่นใต้ดั้งเดิม จะเรียกพระจันทร์ว่า เดือน  เรียกพระจันทร์เสี้ยวว่า เขน
        แต่ถ้า พระจันทร์เต็มดวง จะเรียกว่า เดือนเพ็ง  
        ในบทกลอนที่ เด็กๆแถวอำเภอคลองหอยโข่ง สงขลา ใช้ขับโต้กันในงานรื่นเริง
        เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2510 ปรากฏคำว่า เขน  อยู่ด้วย ดังนี้

               " เขน .... เหวฺน หวัน  
             ยายทองจัน ทิ่มข้าวปุกๆ
             ยายทองสุก  นั่งคาหัวได
             เมียของใคร เมียของนายทิด
             มือเป็นหิด ติดช่อนุมแมว............."

        ( คำไทยถิ่นใต้ ในกลอนบทนี้  :     เขน = จันทร์เสี้ยว,       เหวฺน = ตระเวน,
         หวัน =  สวรรค์,          ทิ่มข้าว = ตำข้าว,        หัวได = หัวบันได, หัวกะได,
         ช่อนุมแมว = ผลของต้นนมแมว ,      มือเป็นหิดติดช่อนุมแมว = มือเป็นหิด
         อักเสบพุพองเป็นตุ่มๆเหมือนช่อของผลนมแมว )

        ปัจจุบัน พ.ศ.2554  เราจะหาคนไทยถิ่นใต้ที่เรียกพระจันทร์เสี้ยวว่า เขน นี้ ได้
        น้อยมาก


ขลุด 

( ออกเสียงเป็น  คลุด ) (ว.)   เล็กๆ  แคระแกร็น
    " ม่วงช่อนี้  ยัง โหลก ขลุด อยู่  2  หนวย "
      มะม่วงช่อนี้  มีผลเล็กๆ อยู่  2   ผล

เขลอะ 

 ( ออกเสียงเป็น  เคลอะ )(ก.)  ซุกซน,  เล่นเกินไป จนผิดกาละเทศะ
          " มึงอย่าเขลอะ กูเป็นกำนันแล้วนะ " ความหมายประโยคนี้
          คือ มึงอย่าทำเป็นเล่น กูเป็นกำนันแล้วนะ (ให้เกียรติกูหน่อย ในทำนองนี้ )
          (เขลอะ   มีความหมายใกล้เคียงกับคำว่า เหลิ่น  สามารถใช้แทนกันได้)

เข้าโหม้ง 

(ว.) นิสัยเข้ากันได้ดี, ทำงานร่วมกันได้ดี (เหมือนกับการขับบทกลอนของ
        นายหนังตะลุงที่เสียงขับเข้ากับเสียงโหม่งได้อย่างกลมกลืน เพราะพริ้ง )

เขี่ย   

( ออกเสียงเป็น  เคี้ย ) (ก.)   แคะ        "เขี่ยฟัน"  =  แคะฟัน

เขือช่อ,   เขือตูน,   เขือก้อย  

( เขือ ออกเสียงเป็น  เคื้อ ) (น.)  มะเขือพวง
      คนไทยถิ่นใต้ ในเขตอำเภอคลองหอยโข่ง สงขลา จะใช้คำว่า เขือช่อ   แต่เมื่อ
      ข้ามเนินเขาเล็กๆ(บริเวณสนามบินหาดใหญ่)เข้าไปในเขตตำบลควนลังหาดใหญ่
      จะใช้คำว่า เขือตูน,      คนพัทลุง ใช้ว่า  เขือก้อย

      (ข้อสังเกต:  คนไทยล้านนา ภาคเหนือ เรียกมะเขือพวงว่า "หมากแฅว้ง"
      คนฉวาง, พิปูน นครศรีธรรมราช เรียกมะเขือพวงว่า "แว้ง"  แต่เรียก แว้ง ที่เป็น
      สมุนไพรว่า  "แว้งขม" )

เขื่อน    

(ออกเสียงเป็น เคื้อน) (น.) 1. คันดินที่สร้างขึ้นเพื่อเก็บกักน้ำ (ความหมาย
      เดียวกันกับความหมายในภาษาไทยมาตรฐาน )     2.  สถูป ที่จัดสร้างขึ้น เพื่อ
      เก็บอัฐิ หรือจัดสร้างเพื่อเป็นที่ระลึกถึงพระภิกษุสงฆ์ที่มรณะภาพ ในภาษาไทย
      ถิ่นใต้(สงขลา) จะเรียกว่า เขื่อน เช่น

         " พ่อท่านในเขื่อน " =  เจ้าอาวาสที่มรณภาพแล้ว (อัฐิอยู่ในสถูป)
         " เขื่อนหลวงพ่อทวด "  =  คำที่ใช้เรียกสถานที่ จุดพักศพของ หลวงพ่อทวด

      ตามคำเล่าลือที่ชาวบ้านในเขต เปรัค,เคดาห์(มาเลเซีย)สะบ้าย้อยและโคกโพธิ์
      (ประเทศไทย)เชื่อกันว่า เมื่อครั้งที่หลวงพ่อทวดมรณภาพในเขตเปรัค ได้มีการ
      เคลื่อนย้ายศพของหลวงพ่อทวด กลับมาวัดช้างไห้ ปัตตานี    จุดที่พักศพของ
      หลวงพ่อทวดตลอดเส้นทาง จะมีการสร้างสถูป หรือมีไม้แก่นรูปบัวตูม ปักไว้
      เรียกว่า" เขื่อนหลวงพ่อทวด "

     ( ดูรายละเอียดเรื่อง"เขื่อนหลวงพ่อทวด" ในเวบสงขลาทูเดย์ดอทคอม )
     
      หมายเหตุ :  สถูปหรือที่เก็บอัฐิของพระภิกษุสงฆ์ที่มรณะภาพ เรียกว่า "เขื่อน"
      แต่ถ้าเป็นที่เก็บกระดูกของฆราวาส ภาษาไทยถิ่นใต้(สงขลา) จะเรียกว่า" บัว "

แข็ง 

(ออกเสียงเป็น แค้ง)  (ว.) 1. แข็ง,  ไม่อ่อน     2. สู้งาน, ขยัน
      " ลูกสาวบ้านนี้ ทำงานแข็งจัง ทำทั้งวัน ไม่หยุดเลย" =  ลูกสาวบ้านนี้เป็นคน ขยัน สู้งาน

แค็กหัว 

(ออกเสียงเป็น แค้ก ฮั้ว) (ก.) เขกหัว

แข็ด 

(ออกเสียงเป็น แค็ด)  (ก.)  เคล็ดขัดยอก และรู้สึกเจ็บปวด.

แข็ด หมูน,  แจ็ด หมูน  

(ออกเสียงเป็น แค็ด มู้น,  แจ็ด มู้น)(น.)  บอระเพ็ด

แขบ   

( ออกเสียงเป็น  แค่บ ) (ว.)     เร่ง,  รีบ         "อย่าแขบ" =  อย่ารีบ  แต่คำว่า "ไฟแขบ" จะหมายถึง  ไฟฉาย

โขก  

( ออกเสียงเป็น  โค้ก )  (ส.)  ในภาษาไทยถิ่นใต้(สงขลา) จะใช้คำนี้แทน
        จำนวน 50 สตางค์

           "ซื้อกะปิ 1 โขก"  =  ซื้อกะปิราคา  50  สตางค์
           "ซื้อทอง 1 โขก"  =  ซื้อทองหนัก  50  สตางค์

      ( ปัจจุบันคำว่า "โขก" นี้  มีคนพูดน้อยมากคงมีอยู่เฉพาะในภาษามลายูปัตตานี
      แต่ใช้ในความหมาย "เงินบาท" เช่น  ซอโก๊ะ จะหมายถึง 1 บาท   ถ้า ลีมอโก๊ะ
      จะหมายถึง เงิน  5 บาท เป็นต้น )

โขก เขก 

( ออกเสียงเป็น  โค้ก  เค้ก) (ว.) ขรุขระ  ไม่เรียบ
 คำนี้ มักใช้กับทาง หรือ ถนน   เช่น     "ทางนี้โขกเขกจัง" =  ทางนี้ขรุขระจัง

ไข  

(ออกเสียงเป็น ไค้ )  1.ไข (ก.) หมุน , ทำให้เดิน, ทำให้หลุดออก,  แก้ออก
       เช่น  ไขลาน  ไขกุญแจ  ไขปัญหา  ..
       2. สิ่งของที่เป็นมัน เช่น  ไขมัน,  เทียนไข
       (ความหมายตรงกัน กับความหมายในภาษาไทยมาตรฐาน)

ไข่  

(ออกเสียงเป็น ไค้ ) (น.) 1.  ไข่  หรือสิ่งของที่มีรูปกลม เช่น  ไข่เป็ด,  ไข่ไก่,
         ไข่นก,  ไข่คน(ลูกอัณฑะ)   (ความหมายทั่วไป)

         " ไข่อุ้ง "   (ออกเสียงเป็น ไค้อุ้ง) (น.)   โรคใส้เลื่อน  ( ถุงอัณฑะโต )
         " ไข่ขาง "  (ออกเสียงเป็น ไค้ค้าง) (น.)  ไข่ของแมลงวัน

      2. อวัยวะเพศชาย  (ความหมายแฝง)
         " ไข่ตาย " (ออกเสียงเป็น ไค้ต๋าย) (ว.)  (ผู้ชาย) ที่หมดสมรรถภาพทางเพศ
         " ไข่แลน " (ออกเสียงเป็นไค้แลน)(น.) อวัยวะเพศชายที่หนังหุ้มปลายไม่มิด
         "ไข่พอแตกปากจาบ" (น.) อวัยวะเพศชายที่หนังหุ้มปลายองคชาติ เริ่มขยาย
       เริ่มปริ  เป็นสำนวนถิ่นใต้ที่ใช้ในความหมาย   เด็กชายที่เริ่มเข้าสู่วัยหนุ่ม  ขาด
       ประสบการณ์ จึงไม่พร้อมที่จะทำการใดๆ....          ตัวอย่างประโยคต่อไปนี้

         " ไอ้แด็กแรกวาซือ  ไข่พอแตกปากจาบ ทำเป็นด็อน "
           ไอ้เด็กเมื่อวานซืน  ไข่ยัง .......    ทำเป็นดุ ทำเป็นนักเลง
         "เอาไข่แยงร่อง" - เอาไข่ (อวัยวะเพศชาย)แหย่ลงไปในร่อง(ไม้, กระดาน)
       หมายถึง รนหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัว  เปรียบเทียบกับคนที่อยู่ดีไม่ว่าดี เที่ยวเอา
       อวัยวะเพศของตน่แหย่เข้าไปในร่องไม้  ซึ่งอาจจะพลาดพลั้งเจ็บตัวได้

_______________________________________________

หมวด ค.



ควฺ   =  ฟ,        ขวฺ   =  ฝ  


หมายเหตุ  : ในภาษาไทยถิ่นใต้ สำเนียงดั้งเดิม จะไม่มีเสียง ฝ. และ  เสียง  ฟ. แต่จะ
         ใช้เสียง ขวฺ. และ  ควฺ.   แทน

         ตัวอย่าง เสียง ขวฺ. และ  ควฺ.   ที่คนไทยถิ่นใต้ดั้งเดิม ใช้
              ไควฺ  ม้าย  =  ไฟไหม้
               ขวัด ข้าว  =   ฝัดข้าว
               ขวฺน ตก   =   ฝนตก
               ควัน ไควฺ  =   ควันไฟ
               โหร่ ควัง มั้ง  ม้าย   =  รู้ฟังบ้างมั้ย  ;  เข้าใจบ้างมั้ย
               แรก คืน พี่ ขวัน ไม่ดี   =  เมื่อคืน พีฝันไม่ดี
               โหลกสาวใคร มีไขวฺ ข้างปาก = ลูกสาวใคร มีไฝข้างปาก
                  ฯลฯ
       (  คำเหล่านี้ ยังคงมีใช้อยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มชาวบ้านในเขตชนบท )

 ปัจจุบัน เนื่องจากการจัดการศึกษาที่ใช้ภาษาไทยภาคกลางเป็นต้นแบบประกอบ
กับ อิทธิพลของวิทยุ โทรทัศน์   ทำให้ เด็กใต้รุ่นใหม่สามารถออกเสียง  ฝ.,  ฟ.
ได้     จึงถือได้ว่าเสียง ฝ. และ ฟ. ในภาษาไทยถิ่นใต้ เป็นพัฒนาการทางภาษา
ของภาษาไทยถิ่นใต้ ในยุคปัจจุบัน


คง  

(น.)   ข้าวโพด
        คนไทยถิ่นใต้ ตั้งแต่ชายแดนมาเลเซียจนถึงนครศรีธรรมราช  จะเรียกข้าวโพดว่า
        "คง"      (คำนี้ เลือนมาจากคำว่า  jagong  ในภาษามลายู)

คด ขดแข็ด คดเค็ด 

 (ว.)    ลักษณะที่คดเคี้ยว วกไป วนมา
        " แรกก่อน ทางขึ้นเขาพับผ้าไปจังหวดตรัง คด ขดแข็ด คดเค็ด" = เมื่อก่อน ทาง
        ขึ้นเขาพับผ้าไปจังหวัดตรัง คด วกวนมาก

ค่า  

(สำเนียงสงขลา ออกเสียงเป็น ข่า )  1. (น.)  ราคา
         2.  (ว.)   สั้นยาว พอๆกัน,  เท่าๆกัน
        " แลๆ แล้ว  ไอ้แคว็ด กับไอ้ไข่ นี่ มันค่ากันแหละ งานไม่ทำ ได้แต่พากย์เหมือน
         กันทั้งคู่ "       ความหมายคือ      ดูๆ แล้ว  ทั้งไอ้แคว็ดกับไอ้ไข่ นี่  มันพอๆกัน
         แหละ งานการไม่ทำ ได้แต่พูด(อวดเก่ง) เหมือนกันทั้งสองคน

คนด้น  

(น.)  คนดุ ,  นักเลง


คลิง    

(ก) คลึง, หมุนไปมาด้วยมือ


ครอกแครก   

(ว.) อาการคลื่นไส้ มักใช้กับผู้หญิงตั้งครรภ์ที่แพ้ท้อง

คร็อม  

1. (น.) เพลี้ย
         " ปลูกถั่วคราวนี้ไม่ได้ผล  คร็อมลง ฝักถั่วหงิกหมดเลย "   =  ปลูกถั่วคราวนี้ไม่
         ได้ผลเพลี้ยลง ฝักถั่วหงิกหมดเลย
         2.  (ว.)  อาการหลงลืมของผู้สูงอายุ,  ความจำเสื่อม
         " หวางนี้ หลวงไข่ คร็อมแล้ว แหลงไม่รู้เรื่องเลย "  =  เดี่ยวนี้ หลวงไข่ เป็นโรค
          ความจำเสื่อมเสียแล้ว พูดจาไม่รู้เรื่องเลย

คร่อม   

(น.)  กระดูกไหปลาร้า

ครัน   

(ว.)  มาก
        " น้องบวชได้ตั้ง 3 พรรษา แล้วสึก พี่ว่าดีครัน แล้วน้อง "
          น้องบวชได้ตั้ง 3 พรรษา แล้วสึก พี่ว่าดีมาก แล้วน้อง

ครูหมอตายาย

(น.)วิญญาณของครูบาอาจารย์และบรรพบุรษ บางครั้งจะใช้เพียง
        คำว่าตายาย ก็ได้    เช่น   " ไอ้บ่าวนุ้ย ไข้มาหลายวันแล้ว ไปโรงหมอหลายหน
        แล้ว กะไม่หาย พ่อเฒ่า แกว่า หมันโถก ตายาย ทัก "
        ความหมายคือ ลูกชายคนเล็กเป็นไข้มาหลายวันไปโรงพยาบาลก็หลายครั้งหลาย
        หนแล้ว ก็ไม่หายซักที พ่อเฒ่าแกบอกว่า วิญญาณปู่ย่าตายายทัก

       กรณีตายายทักเช่นนี้ผู้เฒ่าผู้แก่มักจะมีความเห็นให้เล่น โนราโรงครู แก้บนเสียลูก
       หลานที่เจ็บไข้ก็จะหาย

ครกเบือ 

(ออกเสียงเป็น  คร็อก เบือ ) (น.) ครกประจำครัว ใช้ตำน้ำพริก ตำเครื่องแกง
        สากเบือ  =  สากที่ใช้คู่กับ ครกเบือ


คลด,  ครด, เกร็ด 

(ออกเสียงเป็น  คล็อด,  คร็อด ) (ก.)   กัด ,  แทะ อาหาร
         " คลด คง "  =  กัดแทะข้าวโพด

ควน    

(น.)  เนินเขา,  เขาเตี้ยๆ

คอ    

(น.) 1.อวัยวะที่เชื่อมระหว่างหัวกับลำต้ว,   ส่วนคอดระหว่างหัวกับต้วของภาชนะ,
         ส่วนคอดของเส้นทาง    2. ผู้ช่วย, ผู้มีฐานะรองลงไป  ในภาษาไทยถิ่นใต้ จะใช้
         คำว่า  คอวัด  ในความหมาย รองเจ้าอาวาส หรือ รองสมภารวัด   3. เพื่อนเกลอ,
         คนที่ชอบเหมือนกันหรือคุ้นเคยกัน  " ไอ้คอ "   = ไอ้เพื่อนเกลอ

คอม  

(น.) ทหารกองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย พรรคคอมมิวนิสต์แห่ง
      ประเทศไทยที่เข้าไปอยู่ในเขตป่าเขาช่วงระหว่าง พ.ศ. 2509 - 2523 โดยเหตุผล
      ทางการเมือง

ค้อย   

( ออกเสียงเป็น ข่อย)   (ว.)  ด้วย    (คำนี้มีเฉพาะในภาษาสงขลา )
       " ไป ค้อย ม้าย ? "  =  ไปด้วยกันม๊ย ?
       " ท่ามั้ง ไปค้อย "  =  รอหน่อย จะไปด้วย

คั่น  

(ว.)  ถ้า
      " คั่น ทำงานกล้า พันนี้   เรื่องเท่ หมัน อี้จน ไม่มีเด็ดขาด "
        ถ้าขยันทำงานอย่างนี้  เรื่องที่ จะจน ไม่มีเด็ดขาด

คั้น 

( ออกเสียงเป็น  ขั่น) (ก)  ขวาง,  กั้น   ในภาษาไทยถิ่นใต้ จะใช้ในความหมาย
      เกะกะ  ขวางทางเดิน
      " พี่นั่งตรงนี้ คั้นน้องม้าย " = พี่นั่งตรงนี้จะเกะกะน้องมั้ย(น้องจะทำงานสะดวกมั้ย)

คำพรัด,  กำพรัด,  

(น.)การว่ากลอน หรือขับกลอนของโนรา ศิลปะประจำถิ่นใต้ หาก
        นำบทกลอนที่แต่งไว้ก่อนแล้วมาขับ จะเรียกว่า "ว่าคำพรัด"  หรือ "ว่ากำพรัด"
        แต่หาก โนรา มีปฏิญาณสามารถว่ากลอนที่เกี่ยวกับบุคคล สถานที่หรือเหตุการณ์
        เฉพาะหน้าได้เป็นกลอนสด จะเรียกว่า "ว่ามุดโต"

คึง  

 ( ออกเสียงเป็น  คึ่ง)  (ว.)  (น้ำ)ที่ค้างอยู่  ยังคงอยู่  ยังขังอยู่
           "ฝนตกหนัก จนบ่อข้างบ้าน มีน้ำ คึง อยู่เต็มบ่อ"

คุ่นคิ่น 

( ออกเสียงเป็น ขุ่นขิ่น)  (ว.) เกือบหมด,  เกือบจะไม่พอ
         "เดือนนี้ ฉาน ต้องเสียค่าเทอมให้ลูกชาย คุ่นคิ่น จัง "  ( คุ่นคิ่น ในประโยคนี้
         หมายถึง เกือบไม่มีเงินเหลือ )

คุบ,  คลุบ 

(ว.) ทันทีทันใด
        " คุบ หวิบ,  คลุบ หวิบ"   -  อารมณ์โกรธ ที่เกิดขึ้นทันทีทันใด
        " คุบ ยกขึ้น"   -  ลุกขึ้นยืนทันที,  ลุกขึ้นอย่างเร็ว

คลุบ  

(ก.) ตะครุบ
       "ครุบไก่, ครุบแลน"

คุมท่าววัน , คุมราววัน  

(ว.)  จนถึงทุกวันนี้
         " ฉานยังจำเรื่องนั้นได้ คุมท่าววัน " = ฉันยังจำเรื่องนั้นได้ จนถึงทุกวันนี้

คุจง,   คูจง  

(น.) สัตว์จำพวกบ่าง แต่มีขนาดใหญ่
        ( พบมากตามป่าเขา แนวเขาบรรทัด ในเขต สตูล- พัทลุง-สงขลา)

คุรำ,   คูรำ   (พูรำ)

(น.)   เลียงผา ( แพะภูเขา )


คูด, นกคูด 

(ออกเสียงเป็น ขูด, หนก-ขูด) (น.) นกกระปูด  ชื่อสามัญ Lesser Coucal
      ชื่อวิทยาศาสตร์ Centropus touloue      นกคูด หรือ  นกกระปูด มีขนปีกสีน้ำตาล
       แดง อกสีดำ ตาสีแดง  ชอบวิ่งหากินกบ เขียด คางคก และสัตว์ตัวเล็ก ตามพื้นดิน
       อาศัยตามป่าโปร่ง

      ( คนไทยถิ่นใต้ได้ยินเสียงร้องของนกชนิดนี้เป็น คูดๆๆ ในขณะที่คนไทยภาคกลาง
      ได้ยินเป็นเสียง ปูดๆๆๆ  จึงเป็นที่มาของชื่อ  นกคูด , นกกระปูด )  

เคง   

(น.)  1.  หวอด หรือฟองน้ำที่แม่ปลาพ่น ลอยเป็นกลุ่ม ใช้เป็นที่วางไข่
        2. จอมปลวกเล็กๆ ที่อยู่ตามทุ่ง ป่าเสม็ด ป่าพรุ (สูงประมาณ 1-2 ฟุต) หรือรัง
        ปลวกเล็กๆที่เกาะอยู่ตามต้นมะพร้าว เรียกว่า หัวเคง ก็ได้
        " ลายเคง "  = การรื้อหรือทำลายงานที่เพิ่งเริ่มวางรากฐานจนงานนั้นต้องล้มเลิก

เคย  

(น.) 1. กะปิ     "เคยกุ้ง" = กะปิกุ้ง      " เคยปลา " =   กะปิที่ทำจากปลา
          2.  อวัยวะเพศหญิง (ของเด็กเท่านั้น ถ้าเป็นผู้ใหญ่แล้ว จะไม่ใช้คำนี้ )
          3.  "แมงเคย" = แมงปอ    ในภาษาไทยถิ่นใต้ (สงขลา-คลองหอยโข่ง)
         จะเรียก แมงปอ ว่า แมงเคย      ผีเสื้อ จะเรียกว่า  แมงบี้

เคร่า, คร่าว  
( ออกเสียงเป็น  ขฺร่าว)(ก.)   รอคอย
         " เคร่า พี่มั้ง "   =  รอพี่ด้วย
         " พี่นั่ง เคร่า น้อง อยู่ที่หลาริมทาง " =  พี่นั่งคอยน้อง อยู่ที่ศาลาริมทาง

เคอะ   

(ก.)    ทะลึ่ง, แสดงกริยาวาจา ที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ไม่รู้จักกาลเทศะ

เค้า   
(ออกเสียงเป็น ข่าว)
(น.)  ต้นเรื่อง,  กรอบ,  ขอบเขต
        คำนี้ภาษาไทยถิ่นใต้  มักใช้ในสำนวน
          1.  "ในเค้า"  จะใช้ในความหมาย ในเครือญาติ   เช่น
                      ถาม   " รู้จักหลวงไข่ คนนี้ม้าย ?"
                      ตอบ   " รู้จัก.. ในเค้าลุงเคี่ยม"  =  รู้จัก..เป็นเครือญาติของลุงเคี่ยม
          2.  " ไม่เข้าเค้า "     = ไม่เข้าพวก ไม่เข้ากลุ่ม
              " คนไม่เข้าเค้า "  = คนไม่เอาไหน

แค่    

(ว.)   ใกล้  , เกือบ
         " เหนื่อยแค่ตาย "        =  เหนื่อยเกือบตาย
         " ข้าวสารแค่หมดแล้ว " =   ข้าวสารเกือบจะหมดแล้ว
         " อยู่แค่ๆ บ้าน "          =  อยู่ใกล้ๆบ้าน
         " หลบ มาอยู่แค่ๆ "      =  กลับมาอยู่ใกล้ๆ
         " แค่รูหมูก "    =  ใกล้นิดเดียว
           บ้านอยู่แค่รูหมูก ยังมาไม่ทันรถ    =  บ้านอยู่ใกล้นิดเดียว ยังมาไม่ทันรถ
         " แค่เข้าแล้ว " = เกือบแล้ว,  เกือบจะบ้าแล้ว
         " ฉานแลๆ หลวงไข่ แค่เข้าแล้ว  แกเดินแหลงคนเดียวทั้งวัน "
           ฉันดูๆ แล้ว  พี่ไข่เกือบจะบ้าแล้วนะ  แกเดินไปเดินมา พูดอยู่คนเดียวทั้งวัน

แค็ก 

(ออกเสียงเป็น  แข็ก) (ก.)    ยืด , เบ่ง , เต๊ะท่า,  กิริยาท่าทางที่ถือดี อวดเก่ง

แค่น 

(ว.) ข้น, เริ่มจะแข็งตัว, เริ่มจะแห้ง (ไม่เหลวเหมือนเดิม)
       " อย่าเคี่ยวน้ำหวาน ให้นานแรง เดี๋ยวมันอิ แค่น มากไป "
         อย่าเคี่ยวน้ำหวาน ให้นานเกิน เดี๋ยวมันจะข้นมากไป
       (ก.) ขืน, ฝืน, พยายามทำทั้งๆที่ไม่ชอบ, ฝืนทำทั้งๆที่ทำไม่เป็นหรือไม่สันทัด
         " ทำไม่ได้ กะอย่าแค่นทำ"  = ทำไม่ได้ ก็อย่าฝืนใจทำ
         " พอ แค่น ได้ " = พอใช้ได้(ยังไม่ดีพอ แต่ก็คุ้มค่าที่ได้พยายามทำ;ฝืนทำ)

แค้น   

(ออกเสียงว่า แข่น) (ก.)  1. (ความรู้สึก)โกรธ แค้น  ซึ่งจำเป็นจะต้องตอบโต้
       "ล้างแค้น" เพื่อเอาคืน ( ความหมายนี้ตรงกับความหมายในภาษาไทยมาตรฐาน )
        2. (อาการ) จุก, กลืนอาหารไม่ลง จำเป็นจะต้อง  "ล้างแค้น"  ดื่มน้ำตามเพื่อแก้
        อาการอาหารติดคอ

แคระ   

(ก.)   สะพาย        " แคระย่าม " - สะพายย่าม
          (ในบางท้องถิ่น จะออกเสียงเป็น  แคร่ )

โครฺะ 

 (น.) ครุ, ภาชนะจักสาน สำหรับใส่ของ

แคว็ก 

( ออกเสียงเป็น  แขว็ก )  (ก.) แคะ  ควัก ตัก  ขุด
         (อุปกรณ์ที่ใช้ แคว็ก จะต้องมีขนาด เล็ก เช่น เศษไม้เล็กๆ,  ช้อน, มีด,  นิ้ว)

แคว็ด  

(ออกเสียงเป็น  แขว็ด ) (ว.)  คด,  เอียง, ไม่ตรง
       คำว่า แคว็ด นี้จะใช้คู่กับคำว่า  ไข่ หรือ ไข ในสำเนียงถิ่นใต้  รวมเป็น  "ไขแคว็ด"
      "ไขแคว็ด"   หมายถึง อวัยวะเพศของเด็กชายตัวเล็กๆ ทีไม่ห้อยลงตรง แต่เอียงไป
      ข้างหนึ่งข้างใด   ในภาษาไทยถิ่นใต้(สงขลา-คลองหอยโข่ง)คำว่าแคว็ด นี้เป็นคำที่
      ผู้เฒ่าผู้แก่ใช้เรียกเด็กผู้ชายแสดงถึงความรักความเอ็นดูที่ปู่ย่าตายายมีต่อลูกหลาน
      และมักจะติดปาก กลายเป็นชื่อที่เรียกกันปกติ จนลืมชื่อจริงไปแม้ว่า "ไอ้ไขแคว็ด"
      จะโตเป็นหนุ่มแล้ว   จากเด็กๆที่ถูกเรียกว่า " ไอ้ไขแคว็ด " จึงเปลี่ยนมาเป็น " บ่าว
      แคว็ด "เมื่อบวชเป็นพระ ก็เรียกขานเป็น  "ต้นแคว็ด"    เมื่อสึกออกมาเด็กๆรุ่นน้อง
      ก็เรียกทิดสึกใหม่คนนี้ว่า  "พี่หลวงแคว็ด"

      (ดูความหมายคำว่า   บ่าว,   ต้น,   หลวง     เพิ่มเติม)

      ในภาษาไทยถิ่นใต้(สงขลา-คลองหอยโข่ง)จะมีคำที่เกี่ยวกับอวัยวะเพศ ที่ผู้เฒ่าผู้
      แก่ใช้เรียกเด็กผู้ชายด้วยความรักเอ็นดู อยู่หลายคำ คือ   ไอ้ไขแคว็ด,   ไอ้ไขจ็อง,
     ไอ้ไขนุ้ย,  ไอ้ไขดำ



แคว็ด-จ้อน  

(ออกเสียงเป็น  แขว็ด จ้อน)  (ก.) ถกเขมร,   นุ่งผ้าหยักรั้งพ้นหัวเข่า ,
         ลักษณะการนุ่งผ้าโสร่งของผู้ชายปักษ์ใต้ ที่ดึงส่วนล่างของโสร่งขึ้นมาเหน็บตรง
         สะเอว ( มักใช้เวลาลุยน้ำ  ไม่ให้โสร่งเปียก)

แควบ  

1. (ว.) แฟบ, แบนเข้าไป    2. (น.)  แฟบ, พันธุ์ไม้ชนิดหนึ่ง ขึ้นตามริมหนอง
         คลองบึง ผลแบน แฟบ ผลอ่อนมีรสเปรี้ยว ใช้ยำเป็นอาหารได้

        ( หมายเหตุ : ภาษาไทยถิ่นใต้ดั้งเดิมจะไม่มีเสียง ฟ.แต่จะใช้เสียง ควฺ.   แทน )

โค่-เค่  

(ในสำเนียงสงขลา จะออกเสียงเป็น โข่-เข่) (ว.)   คู่ คี่   ( เลขคู่ เลขคี่ )
           " นกโค่เค่ "  จะหมายถึง นกเงือก (หรือ  "นกเฮียก" ในสำเนียงสงขลา)
         
         หมายเหตุ  -  "นกโค่เค่" มักจะอพยพย้ายถิ่นในช่วงเดือนสามเดือนสี่ จากป่าใน
         แถบเขาบรรทัดเ ขตรอยต่อสงขลา-พัทลุง-สตูล โดยจะบินเป็นฝูงใหญ่ผ่านคลอง
         หอยโข่ง-หาดใหญ่ ไปทางตะวันออกเฉียงใต้เข้าสู่ป่าเขาสันกาลาคีรีในเขตนาทวี
         สะบ้าย้อย ในอดีตเมื่อ 40 ปีก่อน จะพบเห็น "นกโค่เค่" เป็นประจำทุกปี ประมาณ
         ฝูงละ 10 - 20 ตัว   เมื่อมองไปไกลๆ  เด็กๆจะเห็นฝูงนกและจะทายกันว่า นกทั้ง
         ฝูงรวมแล้ว  คู่ หรือ คี่  นั้นคือที่มาของ คำว่า "นกโค่เค่"
         
         ในปัจจุบัน  หลังจากมีการสร้างสนามบินหาดใหญ่ และเปิดใช้เพื่อการพาณิชย์มา
         ตั้งแต่ พ.ศ. 2514 "นกโค่เค่"ก็ค่อยๆ ลดน้อยลงจนถึงปัจจุบัน เด็กๆแถวสนามบิน
         หาดใหญ่ น้อยคนที่จะรู้จัก  "นกโค่เค่"

โคม   

(น.)  กะละมัง   (ภาษาตรังใช้    ปุ๋น  ในความหมายเดียวกัน )

เคือน อก


อาการคลื่นไส้ อยากอาเจียน

______________________________________

หมวด จ.



จก แจ็ก    

(ออกเสียงเป็น "จ็อกแจ็ก") (ว.)    พูดมาก  พูดพร่ำเพรื่อ  พูดไม่
         หยุด(มักใช้ในความหมาย  การนินทา หรือ พูดเรื่องของชาวบ้าน)

แจ็กๆ 


(ว.) ใช้เติมหลังคำที่ต้องการให้รู้ว่าเยอะแยะหรือมาก  แบบไม่เป็นระเบียบ
" ตากฝนมาเปียก แจ็กๆ เลยนะ"
" แลต๊ะนู้น ลูกชมพู่แก้วหล่นใต้ต้น แจ็กๆ เสียแหม็ด"
" ปากเปียก แจ็กๆ"
"อั๊ยย๊ะ หมาโดนรถชน เนียนแจ็กๆ"

จริงอะแหละ,  จริงฮันแหละ     

จริงๆด้วย, เป็นอย่างนั้นแหละ

จอก  


(น.)  ภาชนะใส่เหล้า หรือ น้ำดื่ม  (อาจจะทำด้วยแก้ว หรือดินเผา ก็ได้)

จ๊อง,  จ็อง,   จ้อง   

(ก.) ชี้เด่, แข็งขึ้น, ลุก คำนี้จะใช้กับอวัยวะเพศของเด็ก
        ชายตัวเล็กๆ ที่มักจะแข็งตัวเมื่อตื่นนอน หรือก่อนถ่ายปัสสาวะ  (เป็นคำที่
        ผู้ใหญ่ใช้หยอกเล่นกับเด็กๆ ที่แสดงถึงความรัก ความเอ็นดู)
      " ไอ้ตัวเอียด  ไขจ๊อง แต่เช้าเลยนะ " = ไอ้ตัวน้อย จู๋ชี้เด่ ตั้งแต่เช้าเลยนะ
   
      (ในภาษาไทยถิ่นใต้ คำว่า  ไขจ๊อง จะเป็นคำที่ใช้หยอกเล่นกันได้ แต่คำว่า
      ไขลุก  จะถือว่าเป็นคำที่หยาบ  ไม่ควรพูด )

จ๊องหม๊อง 

(น.)  ปลาทะเลชนิดหนึ่ง ลักษณะเหมือนปลากระเบน แต่ตัวเล็กกว่า

จัง    

(ก.) ล้น, หก, กระฉอก
           " หม้อแกงร้อนๆ ยกค่อยๆหีด เดี๋ยวน้ำแกงจัง "  =  หม้อแกงร้อนๆ ยก
        ค่อยๆหน่อย  เดี๋ยวน้ำแกงจะหก

จังกับ, จากับ  

( ม.),(ก.)พูดคุย
       ( เป็นภาษาสงขลาที่ใช้ในเขต นาทวี เทพา และสะบ้าย้อย ปัจจุบันมีคนพูด
       น้อยมาก   เปรียบเทียบกับมลายู จะใช้คำว่า  cakap  )

จังหรีด  

(น.)  จิ้งหรีด

จังเหลน  

(น.)  จิ้งเหลน

จังหู ,   จังเสีย,  จ้าน,  แจ็กๆ   

(ว.)  มากมาย, เหลือเฟือ,  เยอะแยะ
         " หรอยจังหู "   =   อร่อยมากๆ
         " งานนี้คนมากจังเสีย "  =   งานนี้คนมากมาย
         " งานพืชสวนโลกที่เชียงใหม่มีต้นไม้แปลกๆมากจ้าน เดินแลไม่หมด "
         " งานเดือนสิบเมืองคอนปีนี้ คนแจ็กๆ "(ความหมายคือผู้คนมากมาย
         เหลือเกิน)
         " ร้อง จนตาเปียกแจ็กๆ " - ร้องไห้มาก จนตาเปียก ตาแฉะ

จับจันทร์,  ราหูจับจันทร์  

(น.) จันทรุปราคา

จันหวัน  

(ว.) (คน)ที่ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี,  ไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวอะไร,  (คน)ที่เอา
        แต่ได้   ( คำนี้เป็นภาษาไทยถิ่นใต้ที่ใช้ในเขตนครศร๊ธรรมราช  ในภาษา
        สงขลาไม่ค่อยมีคนใช้คำนี้  ส่วนมากจะใช้คำว่า บ้าหวัน  ขวางหวัน  ซึ่ง
        ความหมายจะใกล้เคียง ไม่ตรงกันทีเดียวนัก   )

จะหรา 

(ออกเสียงเป็น จะร้า ) (ก.) เอาใจใส่, ดูแลจัดการ ให้งานที่ทำ งานที่ได้รับ
        มอบหมาย สำเร็จบรรลุผล
       (คำไทยถิ่นใต้ คำนี้ ใช้กันมากในเขตอำเภอจะนะ,  นาทวี,  เทพา, สะบ้าย้อย
       ของจังหวัดสงขลา และเขต 3 จังหวัดชายแดนใต้)
        "บ่าวแคล้ว ทำงานไม่จะหรา  งานที่ทำ ไม่เสร็จสักเรื่อง " - บ่าวแคล้ว ทำงาน
       แบบไม่ใส่ใจ ไม่ดูแล  งานที่ทำ จึงไม่เสร็จ สักเรื่อง

จาน    

1.  (น.) ภาชนะใส่อาหาร
          2.  (ก.) ราดน้ำแกง
        " กินหนุมจีนให้หรอย อย่าจานน้ำแกง ให้มากแรง " = (จะ)กินขนมจีนให้
        อร่อย อย่าราดน้ำยาให้มากนัก

จ้าน   

(ว.) มาก,  จังเลย
             " ไอยะ น่ารักจ้าน "  =  โอ โห  น่ารักจังเลย
             "  มากจ้าน "  =   มากจังเลย

จ้าโขย,  จาโขย, จาก้วย, เจี๊ยะโค้ย  

(จ.) (น.) ปาท่องโก่  ; ขนมทอดของคนจีน (อิ่วจา
        ก้วย)ในภาษาไทยถิ่นใต้(สงขลา) จะเรียกว่า จ้าโขย  หรือ จาโขย ขณะ
        ที่คนไทยถิ่นใต้ฝั่งอันดามัน แถบภูเก็ต - พังงา จะเรียกว่า จาก้วย

จาพุทโธ

(อ.)  คำอุทาน เวลามีเรื่องเศร้าสลด
        ( คล้ายๆ กับคำว่า พุทโธเอ๋ย   ของคนบางกอก )

จิ้งจัง 

(น.)  ปลาตัวเล็กหมักเกลือ
        ภาษาไทยถิ่นใต้(สงขลา)จะเรียกว่า จิ้งจัง, ภาษาไทยถิ่นใต้ในบางที่ออก
        เสียงคำนี้เป็น  ฉิ่งฉาง

จิม  

(ว.)  ใกล้ๆขอบ,  เกือบถึงขอบ,   ริม,
           " วางของบนโต๊ะ  อย่าวางให้จิมเดี๋ยวของจะหล่น  "

จินจก, จีนจก 

(น.) จิ้งจก

จี   

(ออกเสียงเป็น จี๋ )  (ก.) จี่, การทำให้อาหาร(ปลา เนื้อ ฯลฯ ) สุกโดยวาง
      ใกล้ๆถ่าน ที่ไฟไม่ร้อนจนเกินไป
     
      ในภาษาไทยถิ่นใต้- สงขลา คลองหอยโข่ง   ถ้าวางสิ่งของที่ต้องการให้สุก
      ไว้ห่างๆไฟ จะเรียกว่า " ย่าง " (ออกเสียงเป็น ย้าง ) คำนี้ ถ้าเป็นคนสงขลา
      ริมทะเล หรือ " โหม่ บก "  จะออกเสียงเป็น  หย่าง

จุก อก,  ยัดตับ,  แตกเลือด 

(ก.)   กิน
        ( ถือเป็นคำหยาบ ที่มีความหมายใกล้เคียงกับคำว่า  แดก ,  ยัดห่า )

จู้จี้   

1.(น.)ชื่อของแมงชนิดหนึ่งที่อยู่ในมูลสัตว์      คนไทยถิ่นใต้-สงขลา เรียกว่า
       "แมงจู้จี้"      ( แมงจู้จี้ ของคนไทยถิ่นใต้-สงขลา นี้  คนไทยโคราช เรียกว่า
       แมงจู่จี่  ขณะที่คนอีสานทั่วไป เรียกว่า แมงกุดจี้ )
       2.(ว.)  มืดสนิทจนมองอะไรไม่เห็น
       " มืดจู้จี้"  - มืดดำ เหมือนสีของแมงจู้จี้

จู้จุน 

(น.) ชื่อของขนมชนิดหนึ่ง มักจะใช้เศษแป้งที่เหลือจากการทำขนมเจาะหู
       (ขนมแห้งเดือนสิบ)ผสมน้ำตาล  นำมาทอดน้ำมัน   มีลักษณะกลมๆคล้าย
       ไข่ดาว

เจ้ย  

1. (ก.) เชย,  สัมผัสเบา ๆ หรือช้อนขึ้นเบา ๆ ด้วยความเอ็นดูหรือรักใคร่
         " เจ้ยคาง "  =  เชยคาง
       2. (น.) เจ้ย, ภาชนะจักสาน ในกลุ่มกระด้งมีขนาดเล็กทำด้วยไม้ไผ่สานตา
       ห่างๆ (ใช้ตากปลา)
       ในภาษาไทยถิ่นใต้ จะมีภาชนะจักสาน ในกลุ่มนี้ 3 ชนิดคือ
           เจ้ย  =  กระด้งขนาดเล็ก  สานด้วยไม้ไผ่ ตาห่างๆ
           ด็อง =  กระด้ง ที่มีขอบเป็นวงรี ขอบด้านหนึ่งจะแหลมเป็นจะงอย ช่วยให้
       สะดวกเวลาฝัดข้าว เอาแกลบออก
           ดั้ง   =  กระด้ง  ที่มีขอบเป็นรูปวงกลม)

เจี๊ยะ 

(น)    1.(ม.) นกกระจาบ   ภาษาไทยถิ่นใต้ - หาดใหญ่,คลองหอยโข่งและ
        สะเดา สงขลา จะเรียก  นกกระจาบ ว่า  นกเจี๊ยะ
        (คำว่า เจี๊ยะ นี้ มาจาก  burung jiak ในภาษามลายู )
        2. แผ่นเยื่อบางๆ ที่ประกบอยู่กับผิวใบไม้,  เปลือกผลไม้  ซึ่งสามารถลอกออก
        ได้

เจี้ยน    

(ก.)  ทอด(ปรุงอาหาร) เช่น    เจี้ยนปลาเค็ม = ทอดปลาแค็ม

เจี้ยนฉี่  

(น.)  ตะหลิว  
         (บางที่ เช่น นครศรีธรรมราช จะเรียกตะหลิว ว่า  " หวักผัด ")

แจ็บแบ็ดหัว 

(ออกเสียงเป็น แจ็บ แบ็ด ฮั้ว)(ก.) เจ็บหัว,ปวดหัว(ต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
        หรือพฤติกรรมใดพฤติกรรมหนึ่ง)
        " กู แจ็บแบ็ดหัว กับเณรดำนี่จริงไส่มันเบล่อพรรค์นี้ " = กูปวดหัวกับเณร
         ดำนี่จริง ทำไมถึงโง่อย่างนี้

แจ็บพุงเยี่ยว 

 (ก.) ปวดฉี่

แจ็บพุงขี้   

(ก.)  ปวดท้องขี้

โจ

1.( ม.),(น.) เครื่องกันขโมย(มักใช้ขู่เด็กที่ชอบขโมยผลไม้) ทำด้วยกระบอก
      ไม้ไผ่หรือ " ติหมา " เสกคาถาอาคมหรือเขียนอักขระ ไว้ที่ "โจ"  เพื่อให้
      ขลัง ถ้าใครขโมยผลไม้ไปกิน เชื่อว่าจะมีอันเป็นไป เช่น ปวดท้อง
     ( " โจ " ในภาษาไทยถิ่นใต้คำนี้ เป็นคำที่รับมาจาก " ปาโจ" หรือ pachau
      ในภาษามลายู )
     2. (ก.) ไปแล้วรีบกลับ
     "ว่า อิโจไปแลหลานที่โคกม่วงซักเดียว แล้วค่อยหลบมาทิ่มข้าว "
      ว่า จะรีบไปดูหลานที่โคกม่วง ซะหน่อย แล้วค่อยกลับมาตำข้าว
   
     ( คำว่า โจ นี้จะใช้เฉพาะในกรณีที่ไปแล้วรีบกลับ ถ้าไปแล้วนั่งเอ้อระเหยอยู่นาน
     จะใช้คำว่า ไป  ตามปกติ)

โจะ  

(ว.)  จุ    (พอ,  เต็ม )
    " ของทั้งหมดนี้ ใส่ในลัง พอ โจะ ม้าย " = ของทั้งหมดนี้ ใส่ในลัง พอจุ มั้ย
     ( เสียงสระ อุ ในภาษาไทยภาคกลาง   สำเนียงไทยถิ่นใต้(สงขลา)จะแปลง
     เป็นเสียง สระโอะ )


จำไหร, จาบุไหร, 

(น.) ต้นไม้ป่า มีผลกลมเป็นพวงคล้ายมะไฟ แต่เล็กกว่า ผลเป็น
เหลี่ยมเล็กน้อย ผลสุกมีเปลือกแข็งกรอบ ใช้มือบีบเบาๆก็แตก ลูกจำไหร มีรสหวาน
อมเปรี้ยวคล้ายมะไฟ ( ในเขต 3 จังหวัดชายแดนใต้ จะเรียกต้นไม้ชนิดนี้ว่า จำปุดิ้ง,
หรือ จำปุหริ้ง)

หมายเหตุ -
  -  ในหนังสือ เวสสันดรชาดกฉบับท้องถิ่นภาคใต้ (ทักษิณคดีศึกษา) ตอนชูชกเดิน
ทางไปขอสองกุมารจากพระเวสสันดร ได้กล่าวถึง ต้นจาบุไหร ไว้  ต้นจาบุไหร ก็คือ
ต้นจำไหร ในปัจจุบัน
  -  ในเขตอำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา มีคลองสายหนึ่งชื่อว่า คลองจำไหร ซึ่งก็มีที่มาจากต้นไม้ชนิดนี้
  -  คำว่า จำไหร นี้    บางครั้งจะเรียกเพี้ยนไปเป็น จังไหร  ซึ่งในสำเนียงไทยถิ่นใต้
คำนี้จะตรงกับคำว่า จัญไร (ชั่ว, เลวทราม, เป็นเสนียด )ในภาษาไทยมาตรฐาน  ดัง
นั้น จึงควรหลีกเลี่ยงคำว่า  จังไหร  ซึ่งฟังแล้วไม่เป็นมงคล แต่ควรใช้คำว่า จำไหร
หรือ จาบุไหร   ซึ่งเป็นคำเดิมๆ จะดีกว่า


___________________________________________

หมวด ฉ. 


ฉอย,  ขอย 

(ก.)  สอย ให้ร่วงลงมา     ภาษาสงขลา-คลองหอยโข่ง จะเรียกไม้
         ที่ใช้สอยผลไม้ ว่า ไม้ฉอย หรือไม้ขอย

ฉ่อมๆ,  ส่อมๆ,  ส้มๆ   

(ว.)  บ้าบอ, สติไม่ดี

ฉ็อง  

(ว.) คำภาษาใต้ ใช้อธิบายลักษณะ กลิ่นที่รุนแรง เช่น กลิ่นแมงดา หรือ
        กลิ่นฉี่ "เหม็น ฉ็อง เยี่ยว"   =  เหม็นกลิ่นฉี่

ฉัด  

( ออกเสียงเป็น ชัด )  (ก.)  เตะ    (ใช้หลังเท้าเตะ)
        ในถิ่นใต้บางแห่ง(เช่น สุราษฎร์ฯ) จะใช้คำว่า เท้า( ออกเสียงเป็น ท่าว )
        ในความหมายเดียวกัน

ฉับโผง   

(น.)  ปืนเด็กเล่น ทำด้วยกระบอกไม้ไผ่เล็ก ๆ มีรูขนาดหลอดกาแฟ มี
        แกนคล้ายลูกสูบ สำหรับกระทุ้งยิง  โดยเอา ลูกพลา หรือกระดาษเหนียว
        แช่น้ำทำเป็นเม็ด ใส่ในกระบอกไม้ไผ่ ใช้ไม้กระทุ้งด้วยเม็ดที่สองจะทำให้
        อัดลม ดันเม็ดที่หนึ่งออกไปมีเสียงดังโพละ ภาษาไทยถิ่นใต้(สงขลา)เรียก
        ว่า ฉับโผง หรือ บอกฉับโผง
       
        ( คนระยอง ซึ่งอยู่อีกฟากหนึ่งของอ่าวไทย เรียกปืนเด็กเล่น ชนิดนี้ว่า
        กระบอกอีโพละ - ข้อมูลอ้างอิง สำนักงานวัฒนาธรรมจังหวัดระยอง )

ฉาด 

( ออกเสียงเป็น ช้าด )  (ว.)ไม่เหลืออะไร
         " แหม็ดฉาด "  =  หมด ไม่เหลืออะไรเลย
         " เกลี้ยงฉาด " =   หมดเกลี้ยง ไม่เหลืออะไร

ฉาน 

(ออกเสียงเป็น ช้าน) (ส.) ผม,ดิฉัน (สรรพนามบุรุษที่ 1) คำนี้ใช้ได้ทั้ง
        ชายและหญิง   ปัจจุบันมีคนพูดน้อยมาก  จะมีบ้างก็มักจะเป็นผู้สูงอายุ

ฉาย

   เป็นคำที่ใช้ในความหมาย ตอบรับว่า   ถูกแล้ว  ใช่แล้ว   ครับ

ฉาบ 

( ออกเสียงเป็น ช้าบ ) (ว.)  เกือบ  
         " ฉาบหล่น "  = เกือบหล่น  
         " ฉาบตาย "   = เกือบตาย

ฉาวหลาว  

(ว.) โหวกเหวก,  อีงหมี่
        คำนี้ ในภาษาไทยถิ่นใต้ดั้งเดิม เป็นคำขยายความ ใช้ประกอบกับคำว่า
        เสียง เป็น   เสียงดัง ฉาวหลาว


ฉ้าย  

(ก.)  บอกใบ้      " ฉ้ายเบอร์ "  = ใบ้หวย


ฉิ้งฉ้าย

(ก.)  ทำแบบไม่เอาใจใส่ เพื่อให้งานเสร็จสิ้นไปก่อน


ฉี  

(ออกเสียงเป็น ชี้) (จ.),  (น.) พี่สาว,  เจ๊ (เป็นคำที่มาจากภาษาจีนใช้ในกลุ่ม
     คนไทยถิ่นใต้(สงขลา)ที่มีเชื้อสายจีนเช่น ชาวเกาะยอ, ชาวท่าจีน,ชาวคูเต่า)
      " ฉีเหี้ยง บ้านคูเต่า "   ความหมายคือ  พี่เหี้ยง หรือ   เจ๊เฮียง บ้านคูเต่า


ฉีกเหงือก  

(ออกเสียงเป็น ชีก เฮือก) (ก.) ดันทุรัง, ไม่ทำตามสั่ง


ฉีด,  ผักฉีด 

(ออกเสียงเป็น ชีด,  พัก ชีด )   (น.) กระเฉด,   ผักกระเฉด


ฉุก 

( ออกเสียงเป็น ชุก)  (ก.)   ยุ   มักใช้กับหมา
          " ฉุก หมาให้ยิกฮัว "  =  ยุหมาให้ไล่วัว

ฉุกหุก  

(ว.)  ฉุกละหุก

ฉู้ด    

(ก.)  กระฉูด  กระเด็น กระเซ็น
          " น้ำฉู้ดใส่ " = น้ำกระเซ็นใส่

ฉุบ  

(ก.) จอง, เอาก่อน,  ดูด
       " สาวรำวงคนนี้ พี่หลวงฉุบแล้ว  โหม่สู อย่ามายุ่ง นะ "
         สาวรำวงคนนี้  พี่จองแล้วนะ  พวกเอ็ง อย่ามายุ่ง
       " วันนี้ หลวงไข เซ่อ แกงหอยขม มาฝาก...   เราได้ฉุบหอย แล่วหล่าว "
         วันนี้ พี่ไข่ซื้อแกงหอยขม มาฝาก    เราได้ดูดหอย กันอีกแล้ว

เฉียง 

(ออกเสียงเป็น เชี้ยง)(ก.)จาม, ฟันด้วยมีดใหญ่ (ขวาน, พร้า )ในภาษา
       ไทยถิ่นใต้ คำว่า เฉียง จะใช้ในความหมาย การฟันลงตรงๆ  เท่านั้น
          " ใช้ขวานเฉียง "  = ใช้ขวานจาม
          " ขวานเฉียงฟืน " = ขวานที่ใช้ผ่าฟืน
          " ดานเฉียง "  =  เขียง (ไม้กระดานที่ใช้รองการสับ หั่น)

แฉ้   

(ก.) ร่อน, ขว้างออกไปในแนวระนาบ มักใช้กับสิ่งของ รูปทรงแบนๆ เช่น
        จาน,   กระเบื้อง
       " แฉ้เบื้องให้เฉียดน้ำ "  = ร่อน(เศษ)กระเบื้อง(มุงหลังคา) ให้แฉลบน้ำ

แฉกแวก ฉายวาย  

(ว.) ยุ่งเหยิง แตกแยก ระสำระสาย รวมกันไม่ติด
       "หวางนี้ ชายแดนปักษ์ใต้ แฉกแวก ฉายวาย หมดแล้ว"
       เดี๋ยวนี้ ชายแดนปักษ์ใต้ มีแต่ความแตกแยก รวมกันไม่ติด (ความสงบที่
       เคยมี หมดสิ้นแล้ว)

แฉง  

(น.) กะบัง  ส่วนของด้ามมีด/ด้ามดาบ กะบังไม่ให้ถูกมือ
             "แฉงไฟ "= กะบังไฟ หรืออุปกรณ์ที่บังไม่ให้ไฟส่องกลับมายังผู้ถือ

แฉ็ง  

(ก.) เปิดออก แล้วปิด
        " แฉ็งไข "  =  กริยาของเด็กชายที่ซุกซน เล่นกับอวัยวะเพศ
        " ไอ้บ่าว มึงอย่าแฉ็งไฟเล่น เดี่ยวถ่านหมด " = ไอ้หนูเอ็งอย่า เปิด ปิดไฟฉายเล่นเดี่ยวถ่าน (ไฟฉาย) หมด
        " ไปแฉ็งรถกันว่า" = บิดคันเร่งแต่ไม่ใส่เกียร์ ทำให้เกิดเสียงดังของท่อ

โฉ ๆ   

(ว.) ด้วยกัน,  พร้อมๆกัน, บางพื้นที่แปลว่า เสียงดัง
      " เดินไปวัด โฉๆกัน " -  เดินไปวัดด้วยกัน (ไปด้วยกัน จะได้เป็นเพื่อนคุย)
      " เฮ โบ้สู้ อย่าเที่ยว โฉ แรง  =  นี้พวกแก อย่าดังกันนักซิ

โฉ้  

(ว.)  ไม่ชัดเจน ไม่แน่ใจ ว่าเป็นอะไร  ( ใช้ในการขยายความคำถาม)
         " ไอไหรโฉ้ " = อะไรก็ไม่รู้
         " ใครโฉ้ ยืนอยู่หลังบ้าน "   =  ใครก็ไม่รู้ ยืนอยู่หลังบ้าน
         "  รู้สึกผรื่อโฉ้ "  =   รู้สึกอย่างไรก็ไม่รู้ ( รู้สึกไม่ค่อยจะปกติ แต่ไม่รู้ว่า
           เป็นอะไร )


____________________________________________

หมวด ช.


ชง    

(ก.)  งง  ( ทำอะไรไม่ถูก ตัดสินใจไม่ได้ )

ชะ ,  ตร้า  

 (น.)  ตะกร้า

ช็องด็อง

(ว.) ดื้อรั้น,  ทำในสิ่งคนทั่วไปไม่ทำ

ชันชี  

(ม. - janji )  (ก.)  ตกลง, สัญญา
      "เรามาชันชีกันก่อน"  -  เรามาตกลงกันก่อน

      ตัวอย่าง เพลงร้องเรือ หรือเพลงกล่อมเด็ก ของปักษ์ใต้ ที่ใช้คำว่า   ชันชี

            อ้า เห้อ เหอ                แค้นใจ เหอ  
      จะถีบลูกไดเสียให้หัก         ไม่เหมือนแรกรัก แรกชันชี
      น้ำเต้าไม่ทันแตกยอด         บ่าวน้อยผมสอด ถอยหลังหนี
      ไม่เหมือนแรกรัก แรกชันชี   เสียที่ทีรัก เห้อ เหอกัน
     " ลูกได "  = ขั้นบันได   " แรกชันชี "  = คำสัญญาเมื่อก่อน  " น้ำเต้า " = ฟักทอง

ชับ  

(ออกเสียงเป็น  ฉับ) (ว.)  แน่น , แข็งแรง,  ชำนาญ
        " จับขวาน ต้องจับให้ชับ "   = จับขวาน ต้องจับให้แน่น
        " น้องไม่หาญขับ น้องขับรถไม่ชับ " =  น้องไม่กล้าขับ น้องขับรถไม่เก่ง
                                                            (ไม่ชำนาญ)
ชับชึก

(ออกเสียงเป็น  ฉับฉึก) (ว.)   แข็งแรงมาก
        " น้องบ่าวคนนี้ อยู่ชับชึก " =  น้องชายคนนี้ รูปร่างแข็งแรงล่ำบึ๊ก

ชา,  ชาเด็ก  

(ก.)  กล่อมเด็กให้หลับ
         " ร้องเรือชาเด็ก "  = ร้องเพลงกล่อมเด็กให้หลับนอน
       คนไทยถิ่นใต้ดั้งเดิม จะมีเพลงกล่อมเด็ก ที่มีเอกลักษณเฉพาะ   โดยทั่วไปจะมีคำ
       ขึ้นต้นว่า อ่า.. เอ้อ.. เหอ   ซึ่งมีชื่อเรียกว่า  เพลงร้องเรือ
   
       ดูข้อมูลเกี่ยวกับ เพลงร้องเรือ  เพิ่มเติม จาก  เวบไซท์ พิพิธภัณฑ์เมืองนคร

ช้างท้อง,  ถ่างท้อง

( น.) ช่องหูอักเสบ เรื้อรัง มีน้ำหนองไหล และมีกลิ่นเหม็น มักจะ
       เป็นกับเด็กๆที่เล่นน้ำในห้วยหนองคลองบึงที่มีน้ำสกปรกเรียกว่า "หูเป็นช้างท้อง"
       หรือ " หูเป็นถ่างท้อง "
     ( ภาษาสงขลา - คลองหอยโข่ง ใช้ได้ทั้ง ช้างท้อง และ ถ่างท้อง  คำนี้ในบางถิ่น
      จะออกเสียงเป็น  " หูเป็นถ่างทื่ง " )

ช่าย  

(ว.)  หลังเที่ยง
          " มาถึง หวันช่ายแล้ว " - มาถึงเมื่อเวลาบ่ายแล้ว
            ( ให้เปรียบเทียบกับวลี " ตะวันชายบ่ายคล้อย " )

ชาม  

(น.) คำนี้ ในภาษาไทยถิ่นใต้(สงขลา) ดั่งเดิม    จะใช้ในความหมาย  "จาน "
         (ภาชนะรูปแบนๆ สําหรับใส่สิ่งของต่าง ๆ)เช่น "ชามข้าว"จะหมายถึงจานใส่ข้าว
        ( ปัจจุบัน คำนี้ คงมีใช้อยู่บ้างเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ ในกลุ่มคนรุ่นใหม่มักใช้คำ
         ว่า จาน  ตามภาษาไทยมาตรฐาน )
         
        ข้อสังเกตุ ทั้ง ภาชนะใส่ของที่มีปากงุ้มหรือโค้งเข้า (ชาม)และภาชนะรูปแบน ๆ
        ขนาดเล็กสําหรับใส่สิ่งของต่าง ๆ (จาน) ในภาษาไทยถิ่นใต้(สงขลา)ดั่งเดิมจะ
        เรียกว่า ชาม เหมือนกันหมด

ชาด

(ออกเสียงเป็น - ฉาด) 1.(อ.)  แหม - คำอุทานที่แสดงถึงความประหลาดใจ
        หรือผิดหวัง ไม่เป็นอย่างที่คิด
          " ชาด เจ็บจังเสีย "  - แหม เจ็บจังเลย
       2.(ว.) จริงๆ,  สุดๆ  (โคตร )  คำว่า ชาด นี้ ในภาษาไทยถิ่นใต้(สงขลา) จะใช้เน้น
       ขยายความคำคุณศัพท์ วางไว้ข้างหน้าคำหรือหลังคำที่ต้องการเน้น ก็ได้
          " ชาดใหญ่,   ใหญ่จัง ชาด " - ใหญ่จริง ใหญ่มากๆ
          " เบล่อจัง ชาด  น้ำพะใหญ่ ชาวบ้านอิตายกันหมดแล้ว, ไม่เห็นหน้า สส.ซักคน "
       บ้าสุดๆ(โคตรบ้า,บ้าฉิบหาย) น้ำท่วมใหญ่ ชาวบ้านจะตายกันหมดแล้ว, ไม่เห็นหน้า
       สส.ซักคนเลย

ชาวป่า

(น.) เงาะซาไก  กลุ่มชนดั่งเดิมที่อาศัยในเขตป่าเขาของภาคใต้      ในภาษา
        ไทยถิ่นใต้(สงขลา) จะเรียก เงาะซาไก  ว่า  ชาวป่า  หรือ  โหมฺเงาะ
        (โหม ออกเสียง โม้ = หมู่ )
             ชาวป่า   =  เงาะซาไก (กลุ่มชนดั่งเดิมที่อาศัยในเขตป่าเขา)
             โหมฺป่า (โม้ปา) =  คอมมิวนิสต์ (คนในพื้นราบที่อาศัยในเขตป่าเขา ด้วย
                                       เหตุผลทาง การเมือง

ชิ ,  ฉิ  

(อ.)  คนสงขลา(คลองหอยโข่ง) จะไล่หมาด้วยเสียงนี้      ชิ  หรือ   ฉิ
        ในขณะที่คนสงขลา (ริมทะเล) จะใช้ เป็น    แฉะ   หรือ  แฉ
         คนตรัง จะใช้คำนี้เพื่อต้องการให้เด็กๆ คายของออกจากปาก

ชิน

(น.)  ดวงไฟประหลาดสีขาวขุ่น  ที่มักล่องลอยอยู่ในบริเวณป่า  หรือในบริเวณ
      สถานที่รกร้างในตอนกลางคืน

        คนปักษ์ใต้สมัยก่อน เชื่อว่า เป็นดวงวิญญาณชั้นต่ำ ที่ประกอบแต่กรรมชั่วในภพ
        ที่แล้ว  เมื่อละสังขารไปก็มาเกิดเป็นดวงไฟ ที่ล่องลอยวนเวียน ไม่ได้ผุดได้เกิด
        เรียกว่า "ชิน" บริเวณที่พบ  "ชิน" ลอยวนเวียน มักจะมีลานบนพื้นดินที่เตียนเป็น
        วงไม่มีหญ้าขึ้น เรียกว่า  "ลานชิน"   คนปักษ์ใต้สมัยก่อน เชื่อว่า  ถ้าใครพบเห็น
        "ชิน"แล้ว ชี้ด้วยนิ้วเพื่อบอกผู้อื่น  จะทำให้ผู้ชี้ประสบแต่เรื่องร้ายๆ ไม่เป็นมงคล
        (ในมุมมองของคนรุ่นใหม่  "ชิน" อาจเป็นเพียงกลุ่มแก๊สเรืองแสงที่เกิดจากการ
        ย่อยสลายของใบไม้ที่ทับถม)

เช่น , แช่น

(ว.)  ฉลาดหลักแหลม
          " ไอ้บ่าวนี้ มันเช่น "   - ไอ้หนุ่มนี้มันฉลาด

เชาะ  

(ก.)  เอาเชือก 2 เส้น มาผูกปลายให้ติดกัน
          (ในบางท้องถิ่น จะออกเสียงเป็น  ช่อ, ชก )
       " เชาะโหม้ง " - มัดหรือผูกให้เป็นปม มักใช้ในกรณีเด็กเล็กๆนุ่งกางเกงตัวใหญ่ซึ่ง
       มักจะเป็นกางเกงของพี่ๆ จึงจำเป็นต้องรวมขอบกางเกงข้างๆมามัดให้เป็นปม กางเกง
       จะได้ไม่หลุด

แช    

(ว.)   ช้า      " ไส่แชจัง  กูท่าตั้งนาน " - ทำไมช้าจัง กูรอตั้งนาน

ชั้งกั้ง

(ว.) เกะกะ, ขวางหูขวางตา คำว่าชังกั้ง คำนี้เป็นคำที่ผู้ใหญ่พูดถึงเด็ก ที่ไม่ถึง
        กับเกเร อาจเป็นเด็กที่ทะเล้น ทะลึง แต่ไม่ทำให้ใครเสียหาย
          " ไอ้บ่าวนี้ชั้งกั้งจัง "  -  ไอ้หนุ่มนี้ทำอะไรเพี้ยนๆขวางหูขวางตาจัง
        ( บางครั้ง จะใช้คำว่า ช็องด็อง ก็ได้ มีความหมายเดียวกัน )

ชั้น,  สายชั้น  

(สำเนียงสงขลาออกเสียงเป็น  ฉั่น,  ซ้ายฉั่น) (น.)  ปิ่นโต (ใส่อาหาร)

ชุมโผ่, ชมโผ่

(น.)  ฝรั่ง,  ไม้ผลชนิดหนึ่ง อยู่ในวงศ์ MYRTACEAE   ชื่อวิทยาศาสตร์
       Psidium guajava L. )   คนไทยถิ่นใต้-สงขลา  จะเรียกไม้ผลชนิดนี้ว่า ชมพู่
       (ออกเสียงเป็น ชุมโผ่, ชมโผ่)  ในบางท้องถิ่นของปักษ์ใต้ จะเรียกว่า ยาหมู
       (มาจากคำว่า  jambu ในภาษามลายู )

ชุมโผ่ ยาหวัน  

(น.)  ชมพู่มะเหมี่ยว    ( ไม้ผลชนิดหนึ่งอยู่ในวงศ์  MYRTACEAE ชื่อ
       วิทยาศาสตร์ Eugenia malaccensis Linn.) คนไทยถิ่นใต้-สงขลา เรียกไม้ผล
       ชนิดนี้ว่า  ชมพู่ ยาหวัน หรือ ชุมโผ่ ยาหวัน

ชุ่น  

(ว.)  กริยาอาการที่ อยู่นิ่งๆ  ซึมเซา( ภาษาสงขลา - คลองหอยโข่ง)
        ปักษ์ใต้ท้องถิ่นอื่นจะใช้คำนี้ในความหมายตรงกันข้าม คือ กระวนกระวายอยู่ไม่นิ่ง

เชี่ยน

(น.)  ภาชนะใส่หมากพลู
          " เบี้ยใต้เชี่ยน "   -  เงินจำนวนไม่มาก ที่เก็บไว้ใช้ส่วนตัวของคนเฒ่า คนแก่
          " เล่นเชี่ยน " - การกระทำที่ไม่เหมาะไม่ควร ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง

เชียด

         (ออกเสียงเป็น -  เฉียด)  1. (น.)   อบเชยป่า ;  พันธุ์ไม้ชนิดหนึ่ง
          2.  เชือด,  ใช้ของมีคม ตัดให้ลึกเข้าไปในเนื้อ
         (สำเนียงสงขลาจะแปลงเสียง เอีอ เป็นเสียง เอีย,     คำตายหรือคำที่ออกเสียง
         สั้นที่เป็นอักษรต่ำ ในสำเนียงสงขลาจะออกเสียงเป็นคำตายอักษรสูง      ดังนั้น
         เชือด จึงถูกแปลงเป็น เชียด แต่ออกเสียงสำเนียงสงขลาเป็น  เฉียด )

เชื่อม

          1. (ก.) (ออกเสียงเป็น - เฉื่อม) ทำให้ติดกัน ประสานกัน ( ความหมายเดียวกัน
         กับความหมายในภาษาไทยมาตรฐาน)
          2. (ว.)  เหม่อลอย , ไม่เต็มเต็ง , ไม่เต็มบาท
           " ไอ้บ่าวนี้ เชื่อม ๆจัง  น่าจะส่งโรงพยาบาลประสาทได้แล้ว "
           - ไอ้หนุ่มนี้เหม่อลอยไม่ค่อยเต็มเต็ง  น่าจะส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลประสาท
        ได้แล้ว

เชือน  

(ก.) ฟั่นเฟือน, หลงลืม

โชน  

          1. (น.) พันธุ์ไม้ตระกูลเฟร์น ชนิดหนึ่ง
          2. (ว.)  หมดอายุ เพราะถูกความชื้น จนใช้การไม่ได้          คำนี้มักใช้กับถ่าน
         อะเซติลีน (ถ่านหิน -ที่ใช้ในตะเกียงแก๊สของชาวสวนยาง)ที่ถูกความชื้นจนหมด
         แก๊สแล้ว      "ถ่านหินโชนหมดแล้ว"

ไช    

           (ก.)  ต่อย     ( ใช้กับสัตว์จำพวกแมลง )
           ต้อไช   -    ตัวต่อ ต่อย      ผึ้งไช    -   ผึ้งต่อย

      ตัวอย่าง การใช้คำว่า ไช ที่มีในวรรณกรรมถิ่นใต้  

      หัวเปนลูกกะโท   รองราวเมโฉ   ไครย รูสิงใดย   รูแลว ยาเนง    เรงหามาไวย
      บางวาตอไช  เขาใสยขีควาย
                                               จาก วรรณกรรมถิ่นใต้   " สีทน่นไชย "
      แปลงเป็น ภาษาไทย ปัจจุบัน  ดังนี้
       
      หัวเป็นลูกกะโท    ร้องราวเหม่ โฉ  ใครรู้สิ่งใด     รู้แล้วอย่าเหน่ง    เร่งหามาไว
      บ้างว่าต้อไช  เขาใส่ขี้ควาย
                                                จาก วรรณกรรมถิ่นใต้     ศรีธนนไชย

      ( ภูมิปัญญาท้องถิ่นของ คนไทยถิ่นใต้  กรณีที่โดนตัวต่อ ต่อย ให้เอาขี้วัวหรือขี้
      ควายสดๆ มาโปะปิดทับบริเวณที่ถูกต่อย  ขี้วัวหรือขี้ควายสด เป็นยาเย็น จะช่วยดับ
      พิษ บรรเทาอาการปวดได้  (ในกรณีที่ถูกต่อยครั้งเดียว) แต่หากโดนรุมต่อย ให้รีบ
      นำส่งโรงพยาบาล )

      หมายเหตุ:  ในภาษาไทยถิ่นใต้  หากสัตว์ทำร้ายคน จะใช้คำหลักๆ อยู่ 2 คำ  คือ
     ไช และ ขบ (ข็อบ) ตัวอย่างเช่น
             แมงโภ่ไช  - แมงภู่ต่อย
             ผึ้งไช    -   ผึ้งต่อย
             ต้อไช   -    ตัวต่อ ต่อย
             หมาขบ   -  หมากัด
             เสือขบ   -   เสือกัด

ใช้  

       (ก.) สั่งให้ทำ, บังคับ, ตอบแทน, ชำระ, (ความหมายตรงกับความหมายในภาษา
       ไทยภาคกลาง)
           " ใช้ชาติ "  ความหมายในสำนวนถิ่นใต้ คือ ชดใช้หนี้กรรมที่ทำไว้ ทั้งในชาตินี้
       หรือชาติหน้า


_________________________________________

หมวด ซ.


ซิวชัก 

(น.) ตะคริว (อาการที่กล้ามเนื้อหดตัว และค้างอยู่ ทำให้เจ็บ)

ซอ   

1. (น.) เครื่องดนตรีชนิดหนึ่ง ; ซอ  
        2. (ว.) ลักษณะของทำงานที่ช่วยเหลือกัน แบบถ้อยที่ถ้อยอาศัย หรือผลัดกัน
        ทำงาน
        " เก็บข้าวซอ " หมายถึง การผลัดเปลี่ยนกัน เก็บข้าว  ในลักษณะถ้อยที่ถ้อย
        อาศัยโดยไม่มีค่าจ้าง
        " ทิ่มข้าวซอ "  หมายถึง การช่วยกันตำข้าวเปลือก สลับกันในครกเดียวโดยมี
        คนตำ 2 หรือ 3 คน  ( 2 สาก หรือ 3 สาก )

ซั้ง  

(น.) 1.แนวพนังกั้นทางน้ำเพื่อบังคับให้น้ำไหลไปตามช่อง ใช้สำหรับดักไซ ดัก
       โพงพาง
          " เขี่ยหมาให้พ้นซั้ง, ถีบหมาให้พ้นซั้ง "  สำนวนถิ่นใต้ใช้ในความหมาย ปัด
       สวะ หรือ ผลักภาระให้ผู้อื่น ( เปรียบเหมือนหมาเน่าลอยมาติด "ซั้ง" แทนที่จะ
       ช่วยดึงขึ้นมากลบฝัง ก็เขี่ย ให้ลอยไปติดหน้าบ้านผู้อื่น )
          "ส่งหมาให้พ้นซั้ง " สำนวนนี้ ค่อนข้างจะเบากว่า สำนวนแรก มักใช้ในความ
        หมาย การทำงานที่ฉาบฉวย  หรือ ทำให้เสร็จๆ แบบขอไปที

       2. ขนมชนิดหนึ่ง ทำด้วยข้าวเหนียวและห่อด้วยใบไผ่  คนไทยถิ่นใต้ดัดแปลง
       มาจาก บ่ะจ่าง ของคนจีน เรียกว่า "หนมซั้ง"  หนมซั้ง ของคนไทยถิ่นใต้นี้ จะมี
       ขนาดเล็ก มัดติดกันเป็นพวงและจะไม่มีใส้ หากมีขนาดใหญ่ มีใส้ถั่วและเนื้อ ก็
       จะเรียกว่า  บ่ะจ่าง ตามที่คนจีนเรียก

ซัดท่า 

(ก.)1.ตั้งท่าร่ายรำ(ของโนรา)ซึ่งมีท่าทางและขั้นตอนที่เป็นแบบแผนแน่นอน
        2. ทำอย่างเชื่องช้า อืดอาด มีพิธีรีตองมากเกินไป
      " พี่ไข่ ทำไหร ไม่ทันเพื่อน  แกซัดท่ามากไปสักหีด "
        พี่ไข่ ทำอะไร ไม่ค่อยทันคนอื่นเขา  แกมีพิธีรีตองมากไปนิด


ซ้าว้า,  ซะว้า 

( ม.) (น.) ละมุด ภาษาสงขลาจะเรียก ละมุด ว่า "ลูกซ้าว้า"  ขณะที่
        ทางนครศรีธรรมราช จะเรียกว่า ลูกมุดหรัง (ละมุดฝรั่ง) ทางแถบอันดามันจะ
        เรียกว่า มะตีกู
        ( ซ้าว้า คำนี้มาจาก  buah sawa ในภาษามลายู)

ซ่าหวา ,ซ่าๆ 

(ออกเสียง สาหวา )
เป็นคำที่ใช้พูดก่อนประโยคที่ไม่แน่ใจ


ซาบ  

(ก.) แอบ          " ซาบแล " - แอบมอง

ซาม

(ส.) มันน่าจะ  
        "ขับรถไม่แลไหรพันนี้ ซามตาย" - ขับรถไม่มองอะไรอย่างนี้มันน่าจะตาย
        (ไม่น่ารอดมาได้)

เซ  

1. (ว.)  เอียง, ไม่ตั้งฉาก   2. (ก.) กริยาการใช้สากตำสิ่งของให้แหลก โดย
        สากที่ใช้ตำจะต้องทำมุมเอียงๆ เช่น  "เซหยวกกล้วย" เพื่อใช้เป็นอาหารหมู
        หรือ "เซเคย" - ตำกะปิ   คำวา เซ ในความหมายนี้ ในถิ่นใต้บางแห่ง จะออก
        เสียงเลือนไปเป็น เช   ดังนั้น เซเคย หรือ  เชเคย จึงมีความหมายเดียวกันคือ
        ตำกะปิให้แหลก โดยสากที่ใช้ตำจะต้องทำมุมเอียงๆ

        ในกรณีที่ใช้สากตำลงในครกตรงๆ  ภาษาไทยถิ่นใต้ จะเรียกว่า   ทิ่ม   เช่น
         ทิ่มเม่า (ตำข้าวเม่า),    ทิ่มข้าว(ตำข้าว),     ทิ่มน้ำชุบ (ตำน้ำพริก)

เซ่  

(น.)  ซี่,   ลักษณะนามที่ใช้เรียกของเล็กๆ ยาวๆ ที่เรียงกันเป็นแถว เป็นแนว
       ( ในภาษาสงขลา เสียง อี จะแปลงเป็นเสียงเอ   ซี่ ของคนกรุงเทพ จึงเป็น เซ่
       ของคนสงขลา )

เซก  

(ออกเสียงเป็น เสก  ) (น.)  ซีก, ส่วนหนึ่ง
       ( เสียง อี แปลงเป็นเสียง เอ   ซีก จึงเป็น เซก  แต่ออกเสียงเป็น เสก  )
       " บ้านของหลวงไข โถกต้นไม้ล้มทับ โหะไปเซกหนึ่ง "
         บ้านของ พี่ไข่ ถูกต้นไม้ล้มทับ พังไปซีกหนึ่ง


เซ่กัน, ซี่กัน   

(น.) โรคขาดอาหารของเด็ก จนตาฝ้าฟางมองไม่เห็นโดยเฉพาะใน
        ตอนกลางคืน,   เรียกว่า ตาบอดไก่  ก็ได้
         
     คนปักษ์ใต้สมัยก่อนจะรักษาโรคนี้ โดยให้เด็กที่เป็น" เซ่กัน "ทานอาหารจำพวก
     เนื้อตะกวด(แลน) แย้ หรือกิ้งก่าทอดกระเทียมพริกไทย  (คนปักษ์ใต้ทั่วไป จะ
     ไม่รับประทานเนื้อกิ้งก่าแต่จะใช้เป็นอาหารเสริมเฉพาะเด็กที่เป็น เซ่กัน เท่านั้น)

เซิง   

(น.)  ชั้น ,  ที่เก็บของอยู่ใต้หลังคา

เซ่อ  

(ว.) ซื่อ, ตรง
        " หนนสายนี้ เซ่อ ผลีด  ไม่คดเลย " - ถนนสายนี้ตรงแหน็ว ไม่คดเลย

เซ้อ  

(สำเนียงสงขลา ออกเสียงเป็น เส่อ) (ก.)  ซื้อ
       ( ในภาษาสงขลา เสียง อือ จะแปลงเป็นเสียง เออ   ซื้อ ของคนกรุงเทพ จึง
       เป็น เซ้อ  แต่ออกเสียงเป็น เส่อ ของคนสงขลา )
        " แม่เซ้อ "(สำเนียงสงขลา ออกเสียงเป็น แหม่ เส่อ)(น.) แม่ซื้อ, เทวดาหรือ
      วิญญาณประจำวันเกิดของเด็กที่คนไทยทุกภาคเชื่อว่า จะคอยดูแลปกปักรักษา
      เด็กที่เกิดในวันนั้นๆ ไม่ให้เจ็บไข้ได้ป่วย  คนไทยภาคกลางเรียกว่า แม่ซื้อ แต่
      คนสงขลาดั้งเดิม จะเรียกว่า  แม่เซ้อ ( แหม่ เส่อ)

โซ้    

(ก.) รองน้ำ,รับน้ำ
          " เอาถุ้งไปโซ้หน่าม "  -  ถังไปรองน้ำ

โซง 

(น.) คำในภาษาไทยถิ่นใต้(สงขลา)ใช้ในความหมาย กระทงใส่ของกินทำด้วย
       ใบตอง หรือ กระดาษ  นำมาม้วนท้ายให้แหลม ปากกว้าง พอที่จะใส่ของลงไป
        เมื่อใส่แล้วจะพับปากไว้  ไม่ให้ของที่ใส่ไว้ ร่วงหล่น โดยทั่วไป แม่ค้าคนไทย
        ถิ่นใต้ในอดีต ทั้งแม่ค้าตลาดนัด, แม่ค้าหน้าโรงหนังตะลุง หรือหน้าโรงโนราจะ
        ใช้ "โซง" ใส่ถั่วคั่ว,  ถั่วต้ม,  ลูกก่อคั่ว หรือของกินเล็กๆน้อยๆ  ขายให้เด็กๆ
        ( ปัจจุบัน หลังจากที่มีการใช้ถุงก๊อบแก๊บ กันอย่างแพร่หลาย "โซง"จึงได้หมด
        ความจำเป็น และเลือนหายไป )

โซ้ย  

(ว.)  ซวย (ดวงไม่ดี)
          " กะแล้วแต่ โซ้ยคล่อง "  ประโยคนี้ความหมายคือ  ก็แล้วแต่ดวง
          ( โซ้ย = ซวย     คล่อง=ไม่มีอะไรติดขัด, ดวงดี )

โซะ  

( สำเนียงสงขลา จะออกเสียงเป็น โสะ )  (ว.)  สุกงอม จนกินไม่ได้
         (ใช้กับผลไม้)
         "โหลก ซ้าว้า โซะหมดแล้ว " -  ผลละมุดสุกงอมหมดแล้ว
         ( โหลก = ลูก , ซ้าว้า = ละมุด )

ไซร่, ไส่    

( คำนี้ในสำเนียงสงขลา จะออกเสียงเป็น ไส่ )    (ว.)  ทำไม
           " แล้วไส่ "    -  แล้วจะทำไม
           " มึ้ง อิ ไส่ "  -  มึงจะทำไม ( อิ,  จิ  ก็คือ  จะ ในภาษาไทยมาตรฐาน )
           " มึ้ง อิ ไส่ กู นิ " -  มึงจะทำอะไรกู

     หมายเหตุเพิ่มเติม  คำว่า ทำไมนี้ คนไทยถิ่นใต้ จะใช้อยู่หลายคำ หลายสำเนียง
     กล่าวคือ     คนไทยในเขต 3 จังหวัดชายแดน (ไทยเจ๊ะเห)  จะใช้คำว่า จิได๋
     คนคลองหอยโข่ง(สงขลา)ดั้งเดิม  จะใช้คำว่า ได่     ในบางท้องถิ่นของปักษ์ใต้
     คำนี้จะออกเสียงเป็น ไตร่  หรือ ส่อ  แต่โดยภาพรวมเมื่อพูดเป็นประโยค คนใต้
     ทั่วไป จะเข้าใจกัน  เช่น    ประโยคคำถามว่า แล้วมาทำไม ?
     คนตากใบ  จะพูดว่า  แล่วมาจีใด๋
     คนคลองหอยโข่ง(สงขลา)ดั้งเดิม  จะพูดว่า   แล่ว มาได่ ?
     คนสงขลา (หรือ คนใต้ทั่วไป) จะพูดว่า   แล่ว มาไส่ ?
     คนฉวาง/พิปูน นครศรีฯ จะพูดว่า    แล่วมาส่อ ?


__________________________________________

หมวด ญ. 



( เสียง ย. นาสิก )

หมายเหตุ :   ภาษาสงขลาและภาษาไทยถิ่นใต้ทั่วไปจะออกเสียง ญ. ( เสียง
ย.นาสิก หรือ เสียง ny ) ชัดเจน  จึงสามารถเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง
ญ.และ เสียง  ย. ได้  ในภาษาไทยถิ่นใต้
                 

ญ้า  

(  ย. นาสิก เสียงตรี )   (น.)   หญ้า
       
         ในภาษาไทยมาตรฐาน  มีการใช้ ญ.ในการเขียนแต่ไม่ได้ออกเสียงนาสิก คง
         ออกเสียงเป็นหย้า  ซึ่งเป็นเสียงเดียวกันกับคำว่า  ย่า (แม่ของพ่อ)  ขณะที่ใน
         ภาษาสงขลา ย่า  ออกเสียงเป็น  หย่า( ย.  เสียงเอก )    หญ้า ออกเสียงเป็น
         ญ้า( ย. นาสิก เสียงตรี )จึงสามารถแยก หญ้า และ ย่า ออกได้ทันที ที่ฟังคน
         สงขลาพูดสำเนียงใต้

หญา-จก  

( ย. นาสิก เสียงตรี )  หาจก   (ว.)   ยาจก  ใช้ในความหมายลักษณะการ
       กินที่ตะกละ ตะกราม กินอย่างมูมมาม กินทุกอย่างเหมือนยาจก หรือคนที่ขัดสน
       เพราะไม่แน่ใจว่ามื้อต่อไปจะมีกินอีกหรือเปล่า    คำนี้ มักเน้นไปในเรื่องการกิน
       อาหารที่ไม่สะอาด, ประเภทอาหารที่คนทั่วไปไม่กิน หรือกินมากผิดปกติ  เรียก
       ว่า    " กิน หญาจก "  หรือ   " กิน หาจก "

ญิ้ง      

( ย. นาสิก เสียงตรี )  (น.)  หญิง  ในภาษาไทยมาตรฐานเขียนด้วยอักษร  ญ. แต่ไม่ออกเสียงนาสิก คงออก เสียงเป็น หยิง

ใญ้  

 ( ย. นาสิก เสียงตรี )  (ว.)   ใหญ่
         ในภาษาไทยมาตรฐาน จะเขียนด้วยอักษร ญ. แต่ไม่ออกเสียงนาสิก คงออก
        เสียงเป็น ใหย่  แต่ในภาษาไทยถิ่นใต้(สงขลา) จะออกเสียง ญ นาสิกชัดเจน

หญอด

(หยอด - ออกเสียงนาสิก) (ว.)  แคระ แกร็น (มักใช้กับต้นไม้ที่แคระแกร็น
         เนื่องจากขาดน้ำ ขาดการดูแล )

แหญะ  

(แหยะ - ออกเสียงนาสิก) (ว.)  กินไม่หมด
        ข้าวที่เหลือจากการกิน  เรียกว่า ข้าวแหญะ


เญื้อ

(เยื้อ - ออกเสียงนาสิก)(น.)   เหี้ย ( Varanus salvator วงศ์  Varanidae )
        สัตว์เลื้อยคลานลำตัวมีสีดำ   มีลายดอกสีขาว  หรือเหลืองอ่อนพาดขวางลำตัว
        หางมีสีดำ หรือ ลายปล้องดำสลับเหลืองอ่อน  บางตัวมีจุดแดงเล็กๆที่หาง ชอบ
        อาศัยตามที่ลุ่มใกล้แหล่งน้ำ   เหี้ย หรือ "เญื้อ"  เป็นสัตว์ที่เนื้อมีกลิ่นคาวมาก
        คนปักษ์ใต้ดั่งเดิม จึงไม่นิยมนำมาปรุงเป็นอาหาร
       
        ภาษาไทยถิ่นใต้ (คลองหอยโข่ง-สงขลา) จะเรียก เหี้ย ว่า "เญื้อ"  เสียง ห.ใน
        คำว่า เหี้ย กร่อนหายไป และหลังเสียง ย.จะมีเสียง อ.ต่อท้าย     คำว่า เหี้ย จึง
        กลายเสียงเป็น " เญื้อ " (ออกเสียงนาสิก )


_________________________________________________


หมวด ต.


หมายเหตุ :
เสียง ต. - อักษรกลางในสำเนียงใต้(สงขลา)จะมีฐานเสียงเป็นเสียง จัตวา เช่น
                     ตาย (หมดลมหายใจ)   จะออกเสียง เป็น  ต๋าย
                     ตุงหัว ( ล้มหัวคะมำ )    จะออกเสียง เป็น  ตุ๋ง - ฮั้ว
เสียง ห. - อักษรสูง ในสำเนียงใต้(สงขลา) จะมีฐานเสียงเป็นเสียง ตรี
                     หัว    จึงออกเสียง เป็น  ฮั้ว  ตามตัวอย่างข้างต้น
               

ตก   

(ออกเสียง ต๊อก )   1. (ก)  หล่น, หล่นลง ( ตรงตามความหมายในภาษาไทย
        มาตรฐาน), เรียกสินสอดทองหมั้น    (ในภาษาถิ่นใต้ คำมาจาก เงินทองที่ใช้
        ตกแต่ง )   ตัวอย่างเช่น
        " พี่อิไปขอน้อง แล้วนะ  บอกแม่กัน อย่าตกแพงแรง "
        ความหมายคือ  " พี่จะไปสู่ขอน้องแล้วนะบอกแม่ด้วยอย่าเรียกสินสอดมากนัก"

        2. (น.)  ทิศตะวันตก (ในภาษาถิ่นใต้ จะใช้เป็น ข้างตก,  ประตก,  มละ ตก )

ตกท้องช้าง  

(ว.) ลักษณะการหย่อนของเชือกที่ขึงหรือโยงไว้ ที่ช่วงกลางของเชือก
         จะตกลงมาเป็นเส้นโค้ง ตัวอย่างเช่น ว่าวที่ชักขึ้นติดลมแล้วช่วงกลางของเชือก
         ว่าว หรือสายว่าว จะหย่อนลง ก็เรียกว่า   เชือกว่าว (สายว่าว)ตกท้องช้าง

ตกหวางเวร  

(ว.) สำนวนไทยถิ่นใต้ ใช้ในความหมาย สภาวะที่อยู่ระหว่างเวรกรรม
         ไม่ได้รับผลอะไรเลย จากการกระทำใดๆ   หรืออีกความหมายก็คือ ถูกหลงลืม

ตะ,  ต้า 

(ว.)  คำช่วยกริยาบอกลักษณะบังคับ ใช้เหมือนกับคำว่า   เถอะ,  นะ
            " หลบบ้าน ตะ นัอง "  -   กลับบ้านเถอะน้อง
            " แน่งเสียต้า มูสังแหย้ว มาแล้วโด้ " - นิ่งเสียนะจ้ะ มูสังแหย้ว มาแล้วโน่น

ตะกง 

(น.)ภาชนะมีลักษณะคล้ายถาดสี่เหลี่ยมผืนผ้าก้นลึกประมาณ ๑๐ ซม.
        ทำด้วยอลูมิเนียม หรือเหล็กสแตนเลส (เดิมจะทำจาก ปี๊บน้ำมันก๊าด ผ่าครึ่ง)
        ใช้ใส่น้ำยางพารา ที่ผสมกับน้ำกรด (ภาษาถิ่นใต้เรียกว่า น้ำส้มยาง) เพื่อให้ยาง
        แข็งตัวก่อนเข้าเครื่องรีดให้ยางเป็นผืน ที่มีขนาด กว้างยาว และหนา พอดี
        ( ในบางท้องถิ่น จะใช้คำว่า พิมพ์  แทนคำว่า  ตะกง)

ตักแก  

(น.) ตุ๊กแก

ตังหุน  

(น.)  วุ้นเส้น

ตั้งเขลง  

(ว.)  ลักษณะการวางของ ตั้งของที่มองเห็นชัด,วางเด่นอยู่

ตัดยาง , ขีดยาง   

(ก.) กรีดยาง
ตัดยางหวะ    การรับจ้างกรีดยางพารา
       ผลที่ได้ จะแบ่งกับเจ้าของสวนยาง ในอัตรา  5/5 หรือ 6/4 แล้วแต่จะตกลงกัน
       ระหว่าง เถ้าแก่( ท่าว แก๊) เจ้าของสวน กับ ลูกกุลี(โหลก  กุ หลี) คนที่รับจ้าง

ต้น (ออกเสียง ต๊อน )

1. (น.) โคน, ลำ, ทีแรก, จุดเริ่ม  (ความหมายทั่วไป ตาม
         ภาษาไทย มาตรฐาน)
         2.  (น.) คำที่ใช้เรียกพระภิกษุที่บวชใหม่ ของคนไทยถิ่นใต้      ตัวอย่างเข่น
            " ต้นคล้อย พระที่จำวัดอยู่ที่กุฏิข้างเมรุ  ดูท่าทางจะเป็นพระที่เคร่ง  ผิดกับ
          พ่อหลวงหนุ่ย ที่ชอบตั้งตนเป็นเจ้าสำนักปลุกเสกจตุคาม จนลืมกิจของสงฆ์ "
          ความหมายคือ พระคล้อย ที่จำวัดอยู่ที่กุฏิข้างเมรุ  ดูท่าทางจะเป็นพระที่เคร่ง
          ผิดกับพระหนุ่ย (พระที่บวช ตอนแก่)  ที่ชอบตั้งตนเป็นเจ้าสำนักปลุกเสกจตุ
          คาม จนลืมกิจของสงฆ์"

          เพื่อให้เข้าใจความหมายและการใช้คำ กรุณาเปรียบเทียบจากตัวอย่างต่อไปนี้
          นายคล้อยเป็นชายที่ยังไม่ได้บวชเรียน  คนที่รู้จักสนิทสนมซึ่งเป็นน้องๆของ
          นายคล้อย จะเรียกนายคล้อยว่า "บ่าวคล้อย"   เมื่อนายคล้อยอุปสมบทเป็น
          พระภิกษุ ชาวบ้านจะเรียก พระคล้อย พระบวชใหม่รูปนี้ ว่า  "ต้นคล้อย"  แต่
          เมื่อพระคล้อยสึกออกมา    เด็กๆ หรือ น้องๆ จะเรียกนายคล้อยคนใหม่ ว่า
          " หลวงคล้อย " ขณะที่คนที่อาวุโสกว่านายคล้อย จะเรียกนายคล้อยทิดสีก
          ใหม่ว่า "เณรคล้อย"   และถ้าเวลาผ่านไปจน นายคล้อย แก่ชรา แล้วกลับมา
          อุปสมบทอีกครั้ง  ชาวบ้านก็เรียกพระภิกษุรูปนี้ ว่า พ่อหลวงคล้อย
         (ดูความหมายของ คำว่า  พ่อหลวง เพิ่มเติม)

ต้ม  

(ออกเสียง ต๊อม ) 1.(ก.) ทำให้สุกโดยเอาน้ำใส่ภาชนะ แล้วทําให้ร้อนให้เดือด
       หรือให้สุก เช่น  ต้มข้าว, ต้มนํ้า , ต้มไก่ ...  (ความหมายตรงกับความหมายใน
       ภาษาไทยมาตรฐาน)
      2. (น.) ชื่อขนม ที่ทำมาจากข้าวเหนียวผัดกับกะทิและถั่วดำ  (หรือไม่มีถั่วดำ ก็
      ได้)ใส่ลงใน "ห่อต้ม"ที่ทำจากใบกระพ้อ เป็นรูปสามเหลี่ยม แล้วนำไปนึ่งให้สุก
      ขนมชนิดนี้จะใช้ในงานบุญเดือนสิบและวันลากพระตักบาตรเทโว ประจำปี ของ
      คนไทยถิ่นใต้
        " แทงต้ม " -  หมายถึงการนำข้าวเหนียวที่ผัดกะทิแล้ว ใส่ลงใน "ห่อต้ม" ที่ทำ
       จากใบกระพ้อ แล้วสอดใบกระพ้อมัดให้แน่น    "ต้ม" หรือ "ขนมต้ม" นี้ จะมีรูป
       เป็นสามเหลี่ยมสวยงาม คนปักษ์ใต้(คลองหอยโข่ง,หาดใหญ่ สงขลา)สมัยก่อน
       จะรู้ว่า ลูกสาวบ้านไหนเป็นคนละเอียดอ่อน รู้จักประดิษฐ์ประดอย ก็ด้วยการดูว่า
       "ต้ม "ที่พาไปทำบุญที่วัด ของใคร จะสวยกว่ากัน
         " ทำต้ม "   -  หมายถึงกระบวนการทำขนมต้มทั้งหมด
       ตัวอย่างประโยคภาษาไทยถิ่นใต้ ของผู้เฒ่าผู้แก่ ต่อไปนี้
       " เณรไข่เหอ  หมึงไปหาใบพ้อ ให้แม่ สักมัดทิ  อิถึงเดือนสิบแล้ว เดี๋ยวอิทำต้ม
       ไม่ทัน  หมึงไปหาใบพ้อ  แล้วให้อีสาวแทงต้ม  ช่วยแม่ นะโหลก นะ "
        ความหมาย คือ
       ไข่เอ้ย  เอ็งไปหาใบกระพ้อให้แม่สักมัดซิ   ใกล้จะถึงเดือนสิบแล้ว เดี๋ยวจะทำ
       ทำต้มไม่ทัน เอ็งไปหาใบกระพ้อ แล้วให้น้องสาวแทงต้ม ช่วยแม่ นะลูก นะ "
     
      ( ดูวิธีการ ทำต้ม / แทงต้ม ได้จาก  บันทึกของหนูรี )

เต๊ะ  

(น.)  กุฏิ        คำนี้ในภาษาสงขลา- คลองหอยโข่ง ใช้เรียกเฉพาะ กุฏิของเจ้า
         อาวาส     ในภาษาไทยเจ๊ะเห จะเรียกว่า  กะเต๊ะ

ตรับ ตรับ  

(ว.)  แฉะ  ชื้น   มีน้ำชุ่ม
         " ทางเดินไปสวนยาง เป็นที่ลุ่ม เปียก ตรับ ตรับ  เดินลำบากมาก " - ทางเดิน
         ไปสวนยาง เป็นที่ลุ่ม เปียกแฉะ เดินลำบากมาก

ตรัน   

(ก.) ค้ำ,   ยัน,  ต้าน (อยู่คนเดียว  โดยที่ฝ่ายตรงข้ามมีกำลังมาก หรือใหญ่
         เกิน ที่จะต่อสู้ได้)
         " เรื่องใหญ่ พันนี้ ต้องช่วยกันหลายคน  ตรันอยู่คนเดียว ไม่ได้ "
          เรื่องใหญ่ อย่างนี้ ต้องช่วยกันหลายคน  ต้านอยู่คนเดียว ไม่ได้หรอก
         " ถือฆ้องให้เพื่อนตี ตรันวานหมีให้เพื่อนเล่น" -สำนวนไทยถิ่นใต้ใช้เปรียบถึง
         การทำประโยชนให้กับผู้อื่น อย่างเต็มที่ ถึงกับ ยอมเหนื่อย ยอมเจ็บแทน โดย
         ที่ไม่ได้รับผลบตอบแทนอะไรเลย

ตร้า   

(น.)  ตะกร้า     คำนี้บางครั้ง จะออกเสียงเป็น  ซ่า
      ( เสียงควบ  กรฺ     แปลงเป็นเสียงควบ ตรฺ  ในภาษาไทยถิ่นใต้ )

ตร้อ  

(น.) ตะกร้อ         " ฉัดตร้อ " -   เตะตะกร้อ
         คำนี้บางครั้งจะออกเสียงเป็น  ซ่อ
        ( เสียงควบ  กรฺ     แปลงเป็นเสียงควบ ตรฺ  ในภาษาไทยถิ่นใต้ )

ตรอง  

(น.)  กระชอน (อุปกรณ์ใช้กรองน้ำกะทิ)

ตรอม  

(น.) สุ่มที่ใช้สำหรับขังสัตว์ปีก  ทำด้วยไม้ไผ่สาน    "ตรอมไก๋"  =  สุ่มไก่

ตรฺอด 

(น.)มดชนิดหนึ่งตัวเล็กๆสีน้ำตาลที่ทำรังบนต้นไม้ในป่าพรุป่าเสม็ดรังมีสีดำ
        หรือน้ำตาลเข้ม
         
         มดตรอด  เป็นมดที่ไม่กัด  เมื่อถูกรบกวนจะปล่อยน้ำเหนียวๆใส่ผู้รุกราน รังมด
         ตรอดในป่าเสม็ด มักจะมีตัว "อุง" ( ผึ้งชันนะรง ) อาศัยร่วมกันอยู่ในรังแบบพึ่ง
         พาอาศัยซึ่งกันและกัน
         ดังนั้น ในสมัยก่อนเด็กเลี้ยงวัวในทุ่งป่าเสม็ด  จะหาน้ำผึ้ง"อุง"ก็ด้วยการสังเกตุ
         รังมดตรอดบนต้นไม้ที่มี"อุง"บินอยู่ข้างๆรังมด ถ้ามีก็จะโค่นต้นไม้ลง เพื่อแกะ
         รังมดหาน้ำผึ้ง "อุง"  

ตรอย  

(ว.)  กร่อย      " น้ำตรอย"  -  น้ำกร่อย

เตราะ,  สายเตราะ 

(น.)  สายน้ำ,    ลำธารเล็กๆ ในป่าเขามีน้ำไหลไม่มาก  มักมีหิน
           และอยู่ต้นน้ำ

เตราะน้ำ   

(ว.)   ( ต้นไม้ )ยืนต้นตายเนื่องจากฝนตกมาก มีความชื้นแฉะเกินไป

แตร็ก แตร็ก   

(ว.)  มากมาย,  จำนวนมากจนนับไม่ถ้วน

ตอ    

1. (น.) ตอไม้ ,  ต้นตอ   (ความหมายเดียวกัน ตรงตามภาษาไทยมาตรฐาน)
          2. (น.) สะตอ  
          สะตอ ในภาษาไทยถิ่นใต้(สงขลา-คลองหอยโข่ง)  มี 2 ชนิด  คือ
          " ตอหนัก " - สะตอ  ( MIMOSACEAE  : Parkia speciosa Hassk.)
          " ตอเบา "   - กระถิน  ( MIMOSACEAE  : Leucaena glauca Benth.)
         ภาษาไทยถิ่นใต้ ในบางแห่ง ( เช่น ฉวาง พิปูน นครศรีธรรมราช ) จะเรียก
         กระถิน ว่า  ตอแต

ต่อ  

(ว.)  เป็นคำที่ใช้แสดงเวลา หรือเหตุการณ์ที่มาไม่ถึง ยังไม่เกิดขึ้น
         ตัวอย่างเช่น
           ต่อเดี๋ยว   =    อีกสักครู่, อีกสักประเดี๋ยว
           ต่อเช้า     =    เช้าวันพรุ่งนี้
           ต่อค่ำ      =    คืนนี้
           ต่อโพลฺก  =  วันพรุ่งนี้ (สำเนียงใต้ฝั่งตะวันตกจะใช้เป็น ต่อโพลฺะ, ต่อโผลฺะ)
           ต่อรือ      =    วันมะรืนนี้
           ต่อเรื่อง    =    วันมะเรื่องนี้
           ต่อเดือนสิบ  =   เดือนสิบที่จะถึง
           ต่อเดือนอ้าย   =   เดือนอ้ายที่จะถึง
           ต่อปีหน้า  =   ปีหน้าที่จะถึง
           ต่อใด?     =   เมื่อไหร่ ? (ใช้ถามถึงเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิด)

        ตัวอย่างเช่น "พี่หลวง อิไปเที่ยวบ้านน้อง ต่อใด"  ความหมายของประโยคนี้
        คือ พี่หลวงจะไปเที่ยวบ้านน้องเมื่อไหร่
             ถ้าจะไปเลย ก็ตอบว่า  "ไปต่อเดี๋ยว"  
             ถ้าจะไปคืนนี้ ก็ตอบว่า   "ไปต่อค่ำ"  ....

        (คำว่า   ต่อ  จะคู่กับคำว่า  แรก  ซึ่งใช้แสดงเวลาที่ผ่านมาแล้ว )

ตะ,  ต้า 

(ว.)  คำช่วยกริยาบอกลักษณะบังคับ ใช้เหมือนกับคำว่า   เถอะ,  นะ
            " หลบบ้าน ตะ นัอง "  -   กลับบ้านเถอะน้อง
            " แน่งเสียต้า มูสังแหย้ว มาแล้วโด้ " - นิ่งเสียนะจ้ะ มูสังแหย้ว มาแล้วโน่น

ต่อแย่ง  

(ออกเสียงเป็น ต่อ-แหย่ง ) (ก.) 1. เกี่ยงกัน ขัดขืนกัน ,  2. ลักษณะการ
          ผสมพันธุ์ของสุนัข   ภาษาไทยถิ่นใต้เรียกว่า  "หมาต่อแย่ง"

ต้อง  

(ก.)   แตะ, สัมผัส, จับ
        " ต้องเขียด อย่ากลัวคาว ฉวยมือลูกสาว อย่ากลัวเสียเบี้ย " วลีนี้ความหมายตรง
        ก็คือ   จับเขียดอย่ากลัวคาว จับมือสาวๆ อย่ากลัวว่าจะต้องเสียเงิน   เป็นสำนวน
        ไทยถิ่นใต้  ใช้ในความหมาย  จะทำอะไร ก็อย่ากลัวผลที่จะเกิดขึ้นตามมา

ตัว  

คำนี้ในภาษาไทยถิ่นใต้(เฉพาะภาษาสงขลา-พัทลุง)  มี 2 ความหมาย คือ
        1. (น.) ใช้นับจำนวน สัตว์ หรือสิ่งของ
        2. (น.)  เป็นคำที่ใช้เรียกขานผู้ที่อาวุโสกว่าผู้พูด เป็นคำที่ให้เกียรติ  ( เลือนมา
       จากคำว่า ต่วน ในภาษามลายูโบราณ ที่ผู้น้อยใช้เรียกขาน ผู้อาวุโสกว่า หรือสูง
       ศักดิ์กว่า )

       การใช้คำๆนี้ ไปพูดกับผู้หลักผู้ใหญ่ ในจังหวัดอื่น ที่ห่างไกลจากสงขลา  มักเกิด
       ความเข้าใจผิดอยู่บ่อยครั้ง  เพราะผู้ฟังเข้าใจว่า คำว่า ตัว นี้ เปรียบได้กับสัตว์จึง
       รู้สึกโกรธ ทั้งๆที่ผู้พูดพูดด้วยความเคารพ  ดังนั้น เพื่อเลี่ยงปัญหาความเข้าใจผิด
       ดังกล่าว คนสงขลาจึงควรพูดตามธรรมเนียม ในถิ่นนั้นๆ   เช่น  ในจังหวัดนครศรี
       ธรรมราช ก็ใช้คำว่า  เติ้น แทน   ( อย่างไรก็ตาม คำว่า เติ้น ของชาวนครฯ ก็เป็น
       คำที่เลือนมาจาก tuan ในภาษามลายู เช่นกัน)
       
        กรุณาเปรียบเทียบกับภาษามลายู  tuan

ตาหลุน 

(ว.) ตาโปน, ตาถลน,
        " ฮู ตาหลุน "  (งูตาถลน)   = งูสิง : งูไม่มีพิษชนิดหนึ่ง เลื้อยหรือเคลื่อนไหว
       ปราดเปรียว ว่องไว
      ( ในภาษาไทยถิ่นใต้(สงขลา) ไม่มีเสียง ง  แต่จะใช้เสียง ฮ แทน    ดังนั้น  ฮู
      ในสำเนียงไทยถิ่นใต้-สงขลา  ก็คือ งู ในภาษาไทยภาคกลาง )

ตากาหลา ยายกาหลี, เจ้าเปรว  

(น.) วิญญาณที่ดูแลป่าช้า(เปรว) ตามความเชื่อ
        ของคนไทยถิ่นใต้     ตากาหลา เป็นคำที่เลือนมาจาก กาฬ, พระกาฬ  ส่วนยาย
        กาหลี นั้น เลือนมาจากคำว่า กาลี, เจ้าแม่กาลี คนไทยถิ่นใต้ดั่งเดิม จะเรียกรวม
        เป็น  ตากาหลา ยายกาหลี   หรือ   เจ้าเปรว

ตาม  

(ก.) 1. ไป หรือมาข้างหลัง หรือภายหลังโดยลำดับของสิ่ง หรือเหตุการณ์ที่มีมา
        ก่อน  (ความหมายทั่วไป ตรงกับความหมายในภาษาไทยภาคกลาง)  
        2. ใช้ให้แสงสว่าง  
            ตามไต้,    ตามเกียง(ตะเกียง)

ตายพราย  

(ว.)  คำนี้ ใช้เรียก ต้น(กอ)กล้วย ที่ยืนต้นตาย เนื่องจากฝนตกมาก มี
        ความชื้นแฉะเกินไป  อาการเช่นนี่เรียกอีกคำว่า  เตราะน้ำ  ก็ได้

ตายาย, หัวโค่ตายาย  

(น.)  บรรพบุรุษ, โคตรเหง้าวงศ์ตระกูล
        " ตายายร่วมกัน,  หัวโค่ตายายร่วมกัน "   ทั้ง 2 คำนี้  ในภาษาไทยถิ่นใต้
       (สงขลา - คลองหอยโข่ง) ใช้ในความหมาย  มีบรรพบุรุษร่วมกัน หรือ สืบเชื้อ
        สายเดียวกัน   เฉพาะคำว่าหัวโค่ตายาย มักใช้เพื่อเน้นว่า เป็นญาติพี่น้องที่สืบ
        เชื้อสายเดียวกันจริงๆ  บางครั้งจะใช้ในการแช่งด่า  เช่น
         " เบอะ หมัน เบล่อ มาตั้งแต่ หัวโค่ตายาย " - ก็มันบ้ามาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย,
        บ้าทั้งโคตร  ( หัวโค่  - โคตรเหง้า )
         " หิ้งตายาย " - หิ้งบูชาผีบรรพบุรุษ หรือผีตายาย   ที่ผู้คนถิ่นปักษ์ใต้ จะมีไว้
        ประจำครัวเรือนสำหรับลูกหลานจุดธูปเทียนบูชา    ด้วยความเชื่อที่ว่า หากลูก
        หลานเคารพบูชาอย่างสม่ำเสมอ "ตายาย"จะคุ้มครองและบันดาลในสิ่งที่ลูก
        หลานต้องการ แต่หากลบหลู่ ขาดความเคารพ ก็จะถูก  "ตายายทัก" (ตายาย
        สาปแช่ง)
        " ตายายโนรา "  - บรรพบุรุษหรือผู้ให้กำเนิดโนรา ตามตำนานประกอบด้วยขุน
        ศรีศรัทธา นางนวลทองสำลี และแม่ศรีมาลา

ตา อยาก 

(ออกเสียงเป็น ตา ยาก) (ก.) โลภ, อยากได้ของคนอื่นจนน่ารังเกียจ
        คำนี้มักใช้ในการดุด่า หรือ ว่ากล่าวตักเตือน
   “ ไอ้บ่าวนุ้ย  มึงอย่า ตาอยาก ของเพื่อนนักแรง, อยากได้จริงๆ กะทำงานเก็บเบี้ย
      เซ้อเอาเอง ”  -  ไอ้หนู เอ็งอย่าโลภมาก อยากได้ของคนอื่น, ถ้าอยากได้จริงๆก็
      ต้องทำงาน เก็บเงินซื้อเอาเอง

ตี   

(น.)  คำที่ใช้บอกเวลาในภาษาไทยถิ่นใต้  ใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน  เช่น
      ถาม  " พี่หลวงมาถึงเม่อใด " =  พี่มาถึงเมื่อไหร่
      ตอบ  " พี่มาถึง แรกตีห้า "   =  พี่มาถึงเมื่อ 5 นาฬิกา

     ประโยคนี้ในภาษาไทยถิ่นใต้ อาจจะหมายถึง เวลาตีห้าก่อนสว่างหรือ เวลา 5
     โมงเย็นก็ได้  ดังนั้น จึงจำเป็นจะต้องมีข้อความขยายต่อท้ายประโยค เช่น      
          พี่มาถึง แรกตีห้า หัวรุ่ง   หรือ    พี่มาถึง แรกตีห้า หวันเย็น            

        (ดูคำอธิบายการใช้ คำว่า แรก  และคำว่า  ต่อ  เพิ่มเติม )

ตี้เทียวแฮ็ด,  นกตี้เทียวแฮ็ด  

(น.) นกต้อยตีวิด,   นกกระแตแต้แว้ด
        นกในวงศ์ Charadriidae ชนิด Vanellus indicus  ตัวขนาดนกเขาใหญ่ หัวสีดำ
        ขนบริเวณหูสีขาว  มีเนื้อติ่งสีแดงยาวยื่นจากขอบตาด้านหน้า ปากยาว ขายาว สี
        เหลือง ตีนมี ๓ นิ้ว  ร้องเสียงแหลม "แตแต้แว้ด"

        คนไทยถิ่นใต้(คลองหอยโข่ง-สงขลา) ได้ยินเสียงนกชนิดนี้ ร้องเป็น "ตี้เทียว
        แฮ็ด"  จึงเรียกนกนี้ว่า  นกตี้เทียวแฮ็ด

ตุกแตน  

(น.)  ตั๊กแตน
        " ตุกแตนบูน " - ตั๊กแตนตำข้าว

ตุง 

(ก.) ( สำเนียงสงขลา ออกเสียงเป็น ตุ๋ง ) 1. ยื่นออกมา, นูนออกมา (ความหมาย
     ตรงกันกับความหมายในภาษาไทยภาคกลาง )
     2. ล้มหัวคะมำ, ล้มหัวทิ่ม
     " ตุงหัว " -  หกล้มหัวคะมำ
     " ตุงหัว ตีนเซ่อ "   -   หกล้มหัวคะมำ เท้าชี้ฟ้า( ตีนเซ่อ = เท้าตรง )

ตุด   

(น.)  หูด

ตุ หรุด,   ตุ หลุด 

(น.)  บุหรี่มวนโต ห่อด้วยใบตอง หรือใบไม้

ตุหยง,  ดุหยง  

(น.)  พะยูน,  สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดหนึ่ง ที่อาศัยอยู่ในทะเล
         ( ตุหยง, ปลาตุหยง เป็นคำที่คนไทยถิ่นใต้ฝั่งอันดามันใช้เรียกสัตว์ชนิดนี้ )

ตูหนา 

(น.) ปลาไหลทะเล, ปลาไหลชนิดหนึ่งมีครีบอาศัยอยู่ในทะเลแต่ขึ้นมาวางไข่
      ในแม่น้ำลำคลอง พบมากแถบปักษ์ใต้ฝั่งตะวันตก ไทยถิ่นใต้ เรียกว่า ปลาตูหนา

ตู้ตี้    

(ก.)  แหย่ด้วยนิ้ว ให้ผู้อื่นมีอาการจั๊กจี้  ("ดักเดียม, ดักตูเดียม" )

เต็มสาว  

(เต็มบ่าว)   (ว.) เป็นสาวเต็มตัว  (เป็นหนุ่มเต็มตัว)

เตะ  

(ก.) ติ,  ตำหนิ    ( สำเนียงสงขลา จะแปลงเสียง อิ  เป็น เสียง เอะ   )

เติบ  

(ว.) ใหญ่    " อีสาวนี้ แขน ขาเติบ เหมือนคนชาย "
                        อีสาวคนนี้ แขน ขาใหญ่  เหมือนผู้ชาย

แต่ 

(ว.) 1. จาก   "มาแต่ไหน" -  มาจากไหน
       2.  เมื่อ  
           " คนแต่แรก"  - คนสมัยก่อน , คนเมื่อสมัยก่อน, คนโบราณ
           " มาแต่วา" - ภาษาไทยถิ่นใต้(นครศรีฯ)ใช้ในความหมาย  มาตั้งแต่เมื่อวาน
                            (สงขลา จะใช้คำว่า มาแรกวา)
           "มาแต่ซือ" - ภาษาไทยถิ่นใต้(นครศรีฯ)   ใช้ในความหมาย   มาตั้งแต่เมื่อ
                            วานซืน  (ภาษาสงขลา จะใช้คำว่า มาแรกวาซือ)
        3.  กว่า    
           "หลวงไข รวยแต่เพื่อน" -  หลวงไข่รวยกว่าคนอื่น (รวยมากกว่าเพื่อนๆ)

แตกเบี้ย  

(ก.)  เอาเงินไปแลก
           " แตกเบี้ยซักร้อยบาท "   -  แลกเงินเป็นแบงค์ย่อยสัก 100 บาท

แตกปอม, ปอม, พอม

(น.) ปุ่มพองมีน้ำใสที่ฝ่ามือ เนื่องจากการเสียดสี หรือจับจอบจับพร้า
       ทำงานหนัก ภาษาไทยถิ่นใต้(สงขลา) จะเรียกว่า  " มือแตกปอม "
       หากทำงานหนักอยู่เป็นประจำ จนปุ่มที่ฝ่ามือนี้แข็งด้าน จะเรียกว่า " มือเป็นปอม "

แตกเลือด  

(ก.)  กินอย่างไม่สำรวม  มูมมาม  (เป็นคำหยาบ  ที่ใช้ด่า )

แตงจีน 

(น.) แตงโม (Citrullus lanatus วงศ์ Cucurbitaceae)พืชล้มลุกเป็นเถา อายุ
        สั้น เลื้อยไปตามพื้นดิน เถามีมือเกาะ ผลมีน้ำประกอบอยู่เป็นจำนวนมาก กินได้

แตงไข่เข้  

(น.) แตงกวา ไม้เลื้อยในวงศ์ Cucurbitaceae ตระกูลเดียวกันกับแตงโม

แตงต้น

(น.)  มะละกอ
      คำว่า แตงต้น  นี้   เป็นคำในภาษาไทยถิ่นใต้(สงขลา-คลองหอยโข่ง) ใช้เรียก
      มะละกอพันธุ์พื้นเมืองดั่งเดิม ที่มีลำต้นสูง ผลมีขนาดเล็ก

โตง , โดดโตง  

(ก.) กระโดดเพื่อจับสิ่งของที่อยู่สูง (พอจะกระโดดถึง)

โต้แก่, โต๊ะแก่   

(น.) คนแก่ที่ค่อนข้างดื้อเอาแต่ใจ
        มักเป็นคำ ที่เด็กๆใช้บ่นคนเดียวหรือพูดลับหลัง เมื่อรำคาญคนแก่ เช่น
             "  เอาะ โต้แก่ นี่ "
        คำนี้ ถ้าพูดเสียงดังหรือพูดตอบโต้ผู้ใหญ่ จะถือว่าเป็นกิริยาที่ไม่สุภาพก้าวร้าว

โต้หนัง 

(น.)  คู่หมั้น   ในสมัยก่อนแถบปักษ์ใต้ชายแดนจะมีประเพณี " เฝ้าโต้หนัง "
        ( ออกเสียงเป็น เขว้า โต้หนัง) กล่าวคือ  หลังจากที่เจ้าบ่าวได้สู่ขอเจ้าสาวแล้ว
        ฝ่ายเจ้าบ่าวจะต้องไปช่วยงาน หรือไปเฝ้าอยู่ที่บ้านของเจ้าสาวก่อนจะถึงวันแต่ง
        งานประมาณ 1-2 เดือน  
         ( คำว่า โต้หนัง นี้มาจากภาษามลายู  tunangan )

โต้งเบ้ง  

(ก.)   ห้อยโหน       " โต้งเบ้ง ย่านเชียก "   -   ห้อยโหนเถาวัลย์

โตน 

(น.)  น้ำตก    โตนงาช้าง - ชื่อน้ำตก สถานที่ท่องเที่ยวในเขตอำเภอหาดใหญ่

โตรฺะ  

(ว.) ไม่สุภาพ, ลามก
           คำนี้มักใช้เฉพาะในการเล่นหนังตลุง
     " หนังพร้อม ดอ  (หนังพร้อมอัศวิน) เล่นหนัง โตรฺะ อิตาย หลกแต่เรื่องพรรค์นั้น "
    - หนังพร้อม ดอ  (หนังพร้อมอัศวิน) เล่นหนัง ลามก จะตาย ตลกแต่เรื่องพรรค์นั้น

เต้าคั่ว 

(น.)  (ออกเสียงเป็น  ท่าวคั้ว )   เป็นชื่อของอาหารชนิดหนึ่งของคนสงขลา
         (อาหารโปรดของ ป๋าเปรม ด้วย )   ส่วนประกอบของเต้าคั่ว มี    เส้นหมี่ลวก,
          ผักบุ้งหั่นลวก, ถั่วงอกลวก,  หมูสามชั้น (ต้มหั่นเป็นชิ้นบางๆ) , ไข่ต้มผ่าครึ่ง,
          เต้าหู้ทอดหั่นบางๆ,  แตงกวาหั่น, กุ้งชุบ แป้งทอด  ส่วนประกอบทั้งหมดนี้จะ
          ต้องราดด้วยน้ำราดเต้าคั่ว   ที่มีส่วนผสมของน้ำตาลปี้ป น้ำปลา น้ำส้มสายชู
          กระเทียมสับ เคี่ยวจนน้ำกึ่งเหนียวกึ่งใส   มีรสเค็มรสหวานนำ  รสเปรี้ยวตาม
          เต้าคั่วอาหารของคนสงขลาชนิดนี้ ปกติจะทานเป็นอาหารเช้า หรืออาหารว่าง
          มักจะขายเคียง กับข้าวยำ


____________________________________________






กำลังโหลด